Haijai.com


Beautiful Asian eyes จัดเต็มศัลยกรรมตาสวย


 
เปิดอ่าน 3705

Beautiful Asian eyes จัดเต็มศัลยกรรมตาสวย

 

 

โลกของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันทำให้เราได้เห็นใบหน้าของดาราและเซเลบริตี้กันบ่อย หลายคนจึงอยากมีหน้าตาที่สะสวยและหล่อเหลาเหมือนอย่างดาราบ้าง โดยเฉพาะดวงตาที่สดใสกลมโตดูดึงดูดด้วยเสน่ห์เหล่านั้น นั่นทำให้การทำศัลยกรรมดวงตาในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่ความหมายของ “การทำตา” ของคนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด หมายถึง “การทำตาสองชั้น” ซึ่งความจริงแล้วการทำตาในทางการแพทย์ยังมีอีกหลายลักษณะวิธีที่จะทำให้ดวงตาของคุณดูสวยได้สัดส่วนมากขึ้น

 

 

การทำผ่าตัดแก้ไขดวงตานั้น สิ่งสำคัญที่มีผลต่อลักษณะของดวงตาคือเชื้อชาติ พันธุกรรม รวมถึงอายุ ซึ่งแต่ละชนชาติก็จะมีตาที่แตกต่งกันออกไป เนื่องจากความแตกต่างของโครงกระดูก ยกตัวอย่างเช่นคนเอเชียกับคนยุโรป คนเอเชียบริเวณรูเบ้าตาจะค่อนข้างแคบ แต่ขอบค่อนข้างหนา หากจะมองภาพให้เห็นชัดสามารถดูได้จากใบหน้าของคนอีสาน ซึ่งมองเห็นโหนกคิ้วและโครงหน้าส่วนอื่นๆ ได้ชัดเจน ส่วนคนยุโรปรูเข้าตาจะกว้าง แต่ระยะระหว่างคิ้วถึงตามีความแคบ ทำให้หลายคนที่อยากมีดวงตาคล้ายกับคนยุโรป จึงไม่สามารถทำได้ เพราะโครงสร้างของกระดูกเบ้าตานั่นเอง โดยปัญหาเรื่องตาของคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของตาชั้นเดียวหรือไม่มีชั้นตา, ตาตก, ตาปรือ หัวตาปิด, หางตาปิด หรือตาไม่เท่ากัน เป็นต้น จึงต้องทำการผ่าตัดแก้ไขให้มีความสวยงาม

 

 

ตาที่สวยงามเป็นอย่างไร

 

ตาที่สวยงามไม่ใช่เพียงแค่ตาโตหรือตาสองชั้นเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง โดยองค์ประกอบทว่านี้ได้แก่

 

(1) ระยะคิ้วที่กว้างได้สัดส่วน

 

(2) หัวตาต้องเปิด ทำให้มองเห็นเต็มลูกตา

 

(3) หางตาควรชี้ขึ้น มีลักษณะคล้ายตาหงส์ และ

 

(4) ตาไม่ลึก หมายถึง ดวงตาต้องเสมอกับขอบกระดูกเบ้าตาหรือโปนออกมาด้านหน้านิดๆ

 

 

ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์และน่ามอง เรียกว่าเป็น “ตาโมเดล” และเป็นหลักการในการทำศัลยกรรมตาให้กับคนที่มีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับตาทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นตาตก ตาปรือ ตาชั้นเดียว ชั้นตาไม่เท่ากันหรือหัวตาปิด เป็นต้น แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของการทำตาให้สวยมีลักษณะเหมือนกับตาโมเดล ก็คือ อย่างน้อยคนไข้ต้องมีองค์ประกอบของตาที่เป็นสัดส่วนที่ดี (Good Proportion) 90 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ระยะคิ้วถึงตาจะต้องเปิดกว้างพอสมควร หัวตาต้องเปิดเห็นเต็มลูกตาองศาของแกนตาต้องชี้ขึ้น ไม่ชี้ลง และตาต้องไม่ลึก โดยมีวิธีการตรวจง่ายๆ คือการนำปากกามาทาบตาไว้ ถ้าคนที่ตาปกติจะลืมตาไม่ได้ แต่ถ้าตาลึกจะลืมตาได้ เนื่องจากดวงตาอยู่ลึก ไม่เสมอกับขอบกระดูกเบ้าตา ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตาไม่สวย ซึ่งคนไทยประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์พบว่ามีตาลึก จะเห็นได้ว่าปัญหาบริเวณตามีหลากหลาย ซึ่งเดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมแก้ไขตาที่ผิดปกติให้กลับมามีความสวยงามสามารถทำได้ง่าย และปลอดภัยโดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดไม่นาน เพราะไม่ใช่แค่รูปหน้าที่ได้สัดส่วนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่มีผลต่อการมองเห็น

 

 

แต่การมีดวงตาที่สวยงามได้สัดส่วนนับว่าเป็นเสน่ห์ดึงดูดอย่างหนึ่ง และเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราดูแตกต่างจากคนอื่นนั่นเอง แล้วตาที่ไม่สวยงามล่ะมีอะไรบ้าง ปัญหาเหล่านี้พอเจอได้บ่อยๆ ในคนเอเชีย ได้แก่ ตาชั้นเดียวหรือไม่มีชั้นตา ตาสองชั้นหลบใน หัวตาปิด หางตาปิด เหล่านี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของกล้ามเนื้อและผิวหนังของแต่ละคน

 

 

หัวตาปิดเกิดจากกล้ามเนื้อดึงเปลือกตาบนให้ปิดเลยลงมาด้านล่าง ทำให้มองไม่เห็นตัวตาที่แท้จริง ที่เห็นได้ชัดคือคนที่เป็นดาวน์ซินโดรม หัวตาปิดนี้พบมากในคนเอเชีย ส่วนตาปรือ ตาตก หรือตาหย่อนคล้ายกับคนง่วงนอน ส่วนใหญ่เป็นตั้งแต่กำเนิดเรียกว่า Congenital ptosis หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ โดยจะมีอาการตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อรอบด้วงตาทำงานผิดปกติ บางคนอาจตาตกเพียงเล็กน้อย บางคนตาซ้ายกับตาขวาตกไม่เท่ากัน หรือบางคนเป็นมากจนติดนิสัยเลิกคิ้วตลอดเลา สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดที่เรียกว่า Levator Aponeurosis Control ซึ่งก็คือเทคนิคเซเลบริตี้อายส์

 

 

ข้อจำกัดของการทำตา

 

หากต้องการแก้ไขให้ตาสวยเหมือนดาราหรือนางแบบ อย่างน้อยต้องมีลักษณะดวงตาหรือข้อจำกัดใกล้เคียงกับแบบเกินครึ่งหนึ่ง เพราะการแก้ไขให้ดวงตาดูสวยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างชั้นตาเพียงอย่างเดียว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่เป็นตัวส่งเสริมกันและกันให้ดวงตาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ข้อจำกัดนั้นได้แก่

 

1.ความลึกของกระดูกเบ้าตาที่เป็นตัวกำหนดให้มีลักษณะตาลึกหรือตาโปน

 

 

2.ระยะของคิ้วกับดวงตา

 

 

3.ขนาดของลูกตา

 

 

4.ความกว้างของตา

 

 

5.ลักษณะหนังตาหรือไขมันชั้นตา

 

 

6.ชั้นตาเท่ากันหรือไม่

 

 

7.ลักษณะหัวตาที่เปิดหรือปิด ฯลฯ

 

 

ซึ่งชั้นตาเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ภาพรวมของดวงตาดูสวยเท่านั้นเอง เมื่อทำชั้นตาเพิ่มขึ้นก็จะช่วยทำให้การแต่งหน้าง่ายขึ้น ดังนั้น หลังทำตาสองชั้นแล้ว ประกอบกับการแต่งตา (Make up) ช่วยลบจุดด้อยเสริมจุดเด่นต่างๆ ก็สามารถเปลี่ยนบุคลิกภาพของคนนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องแก้ไขข้อจำกัดทุกอย่างที่มีของตนเอง

 

 

วิธีการทำศัลยกรรมตาโตและแก้ตาปรือ

 

วิธีต่อไปนี้เป็นวิธีที่สามารถแก้ไขตาที่ไม่มีชั้น ตาปรือ ตาตก ให้ดูกลมโตสวยหวานขึ้นได้

 

1.การทำตาสองชั้น (Double eyelid surgery) ในอดีตการทำตาสองชั้น จะเป็นเรื่องของการกรีดตา ซึ่งจะเป็นกรี้ดตลอดแนวของเปลือกตาประมาณ 45 องศา จากนั้นจึงเย็บให้เปิดกว้างขึ้น ทำให้ดวงตามีความยาวเพิ่มขึ้น จากนั้นจึงทำการผ่าตัดชั้นตาเพื่อเปิดดวงตาให้โตขึ้น ข้อดีคือสามารถลงไปเย็บได้ถูกชั้นกล้ามเนื้อตาและถูกตำแหน่ง รวมทั้งสามารถตัดหนังตาส่วนเกินออกได้

 

 

ปัจจุบันวิธีนี้ก็ยังคงใช้ในการทำตาสองชั้นอยู่เหมือนกัน แต่โดยธรรมชาติแล้วตาของคนเราจะตกมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นคนที่กรีดตาตั้งแต่อายุ 20 เมื่ออายุ 30-40 ปี ก็ต้องกรีดใหม่อีกครั้งและต้องกรีดไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดพังผืดเพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้ตาที่สวยกลับกลายเป็นไม่สวยไปได้ นอกจากการกรีดตาแล้ว การทำตาสองชั้น สามารถทำได้โดยการเจาะแล้วเย็บทะลุเปลือกตา ทำให้อาจหลุดและกลับมาเหมือนเดิมได้ รวมทั้งอาจมีเลือดออกเยอะและระคายเคืองดวงตาหลังทำการผ่าตัดด้วย

 

 

และเดี๋ยวนี้ก็มีทางเลือกใหม่ในการทำสองชั้นและทำให้ตาโตขึ้นด้วยเทคนิคที่เลเซอร์ เพื่อให้แผลมีขนาดเล็ก (Short Incision Surgery) แล้วส่องกล้องลงไปเพื่อเลาะหาชั้นกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง เพื่อกำหนดชั้นตา เทคนิคการทำตาสองชั้นโดยทั่วไปที่รู้จักกันคือการเจาะแล้วเย็บทะลุเปลือกตาโดยตรง หรือที่เรียกว่าการเย็บ 3 จุด ซึ่งทำให้เกิดตาสองชั้นจริง แต่คนส่วนใหญ่มักมีปัญหาลืมตาไม่ค่อยสุด ตาตก ตาปรือ ดังนั้น การเย็บ 3 จุด จึงไม่ใช่การทำตาสองชั้นและไม่สามารถแก้ปัญหาตาไม่สวยได้อย่างแท้จริง ซึ่งต่างกับเทคนิคการเปลี่ยนจุดเกาะใหม่ของกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ อะโพเนโรสิส (Levator Aponeurosis) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดชั้นตา เชื่อมอยู่ระหว่างหน้าผากลงมาเกาะที่เปลือกตา โดยเลาะจุดยึดเดิมแล้วเปลี่ยนจุดยึดใหม่ ทำให้กล้ามเนื้อนี้ถูกดึงให้ตึงขึ้น ตาจึงเปิดขึ้นและปรากฏชั้นตาทำให้ดวงตาดูกลมโตโดดเด่นและยังเป็นการพลิกขนตาทำให้ขนตางอนขึ้นอีกด้วย

 

 

2.การเปิดหัวตาและหางตา (Skin flap) คนที่มองเห็นหัวตาปิดนั้นแท้จริงแล้วหัวตาอยู่ข้างใน แต่มีเส้นของเปลือกตาปิดเลยลงมาข้างล่าง โดยรูปหัวตา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

 

ประเภทที่ 1 รูปหัวตาโซนยุโรป หัวตาเปิด มองเห็นดวงตาทั้งลูก เปลือกตาบนจะลงมาไม่ถึงหัวตา ชั้นตาสูง เหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำเพราะมีพื้นที่ในการแต่งหน้า

 

ประเภทที่ 2 รูปหัวตาโซนเอเชีย หัวตาปิดและมีชั้นของเปลือกตาลงมาถึงหัวตาเล็กน้อย

 

ประเภทที่ 3 หัวตาปิดจนมองไม่เห็นหัวตา ซึ่งพบมากในคนเอเชีย

 

ประเภทที่ 4 หัวตาปิดชัดเจนจนมองไม่เห็นหัตา ทำให้มีปัญหาลืมตาได้ไม่สุด ลืมตาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

 

 

ส่วนหางตาปิดส่วนใหญ่จะพบในคนที่หมวยมากๆ จุดเกาะของตาต่ำส่วนใหญ่หางตาจะเอียงลง ทำให้ดวงตาดูเล็กแคบหัวตาและหางตาปิด

 

 

นอกจากทำให้ไม่สวยงามแล้วยังทำให้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น ทำให้มองเห็นลูกตาไม่หมด และดวงตาเล็กดูเป็นตาชั้นเดียว การผ่าตัดเปิดหัวตา (Epicanthoplasty) เป็นการทำศัลยกรรมแก้ไขตาที่ได้รับความนิยมมาก เพราะคนเอเชียจะมีส่วนผิวหนังที่ยื่นต่อมาจากหนังตาบนลงมาปิดหัวตา ทำให้ดวงตาดูแคบ หรี่เล็ก เป็นตาชั้นเดียว เรียกว่า Mongolian eye ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคนเอเชีย โดยเฉพาะมองโกเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และพบมากในคนไทยเช่นกัน การผ่าตัดเปิดหัวตาจะทำให้ตาที่หรี่เล็ก ดูกลมโตขึ้น ส่วนใหญ่มักทำคู่กับตาสองชั้น และการผ่าตัดเปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) หางตาปิดพบมากในคนไทยมองเห็นเป็นตาชั้นเดียว การผ่าตัดเปิดหางตาจะทำให้ดวงตาดูยาวขึ้น ส่วนใหญ่มักทำคู่กับการทำตาสองชั้นและการเปิดหัวตา

 

 

3.การดูดไขมัน (Remove fat) บางคนอาจมีไขมันบริเวณเปลือกตามากจนทำให้ตาปิดกลายเป็นตาชั้นเดียว จึงอาจมีการดูดขันบริเวณเปลือกตาออกร่วมกับการทำหัตถการอย่างอื่นดย

 

 

4.การยกคิ้ว (Brow Lift) เป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบดวงตาทำให้ดวงตาดูโตขึ้น โดยทั่วไปแล้วการทำศัลยกรรมดึงหน้าหรือดึงหน้าผาก ก็จะทำให้คิ้วยกตามขึ้นไปด้วย ซึ่งการผ่าตัดยกคิ้วมี 2 วิธี คือ การเปิดแผลโดยการกรีดตรงคิ้ว เรียกว่า Direct Brow Lift ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักรับไม่ได้ที่จะมีแผลบริเวณคิ้วเพราะมองเห็นได้ชัด ดังนั้น จึงได้มีเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า Endoscopic Brow Lift หรือ การผ่าตัดผ่านกล้อง โดยการเปิดแผลบนหน้าผากบริเวณไรผม จึงเป็นการซ่อมแผลได้ดี ผลที่ได้หลังการผ่าตัดก็คือเป็นการยกคิ้วให้โก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตามากขึ้น ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้เป็นการยกคิ้วอย่งแท้จริง เป็นเพียงการทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงาน (Spoke) เท่านั้น คิ้วที่สูงต่ำไม่เท่ากันทำให้ตาไม่เท่ากัน บางคนเพียงแค่ยกคิ้วให้เท่ากัน ตาก็จะดูเท่ากันมากขึ้น โดยที่อาจจะไม่ต้องทำหัตถการอย่างอื่นเพิ่มเติม แต่การยกคิ้วจะทำใน 2 กรณีก็คือตาตกมากๆ ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น อีกกรณีคือไม่มีระยะระหว่างคิ้วกับตา จึงต้องยกคิ้วก่อนจึงจะสามารถทำตาได้

 

 

การผ่าตัดทำตาโต แก้ไขตาปรือ

 

การวินิจฉัยก่อนทำการผ่าตัด แพทย์จะพูดคุยถึงความคาดหวังของคนไข้เป็นอันดับแรก และชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงก่อนการผ่าตัด ยกตัวอย่างบางคนนำรูปตาของดาราคนหนึ่งมาให้แพทย์ดู ซึ่งดาราคนนั้นมีชั้นตาค่อนข้างสูง และคนไข้ต้องการมีดวงตาสวยสดใสแบบในรูป ซึ่งจะต้องเพิ่มระยะคิ้วให้เท่ากันก่อนชั้นตา ถึงจะสวยงามแบบในรูปได้ ดังนั้น จึงต้องเพิ่มหัตถการเข้าไปโดยการยกคิ้วก่อนจากนั้นจึงค่อยทำตา เป็นต้น การทำตายังต้องคำนึงถึงการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน คนที่แต่งหน้าแบบจัดเต็มเหมาะสำหรับทำชั้นตาสูง ส่วนคนที่ไม่เน้นแต่งหน้ามากนัก การทำชั้นตาให้พอดีแบบกลางๆ ก็ทำให้ดวงตาดูกลมโตสดใสขึ้นได้ โดยก่อนผ่าตัดคนไข้ควรงดวิตามินและอาหารเสริมก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออกง่าย เพราะแผลผ่าตัดทำตามีขนาดเล็ก 1-2 มิลลิเมตร เมื่อแผลมีขนาดเล็กและมีเลือดซึมออกมา จึงอาจส่งผลให้การผ่าตัดใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ตาปรือ ตาตก ใช้เวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขั้นตอนการผ่าตัดเริ่มจากการฉีดยาชาหนึ่งจุดแล้วใช้เลเซอร์ในการเปิดแผล เพื่อให้แผลมีขนาดเล็กและเลือดออกน้อย จากนั้นจึงทำการผ่าตัดผ่านกล้อง (Microscopic) โดยเป็นการเย็บกล้ามเนื้อเพื่อกำหนดชั้นตา เนื่องจากการแก้ตาปรือ ตาตก เป็นการทำให้แผลมีขนาดเล็ก จึงไม่จำเป็นต้องเย็บปิดแผล ไม่ต้องตัดไหม หลังผ่าตัดใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 วัน หลังผ่าตัดคนไข้บางรายสามารถแต่งหน้าและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ สำรหับการผ่าตัดเปิดหัวตาและหางตา เป็นการผ่าตัดย้ายผิวหนัง (Skin flap) เพื่อทำให้ตาเปิดออก ซึ่งต้องผ่าตัดจากด้านนอก หลังผ่าตัดจึงต้องมีการเย็บปิดแผลและตัดไหมภายใน 5-7 วัน การผ่าตัดทั้งสองชนิดมีภาวะแทรกซ้อนคืออาจมีบวมเขียว ได้บ้าง หลังผ่าตัดให้ประคบเย็นเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง คนไข้อาจรู้สึกตึงบริเวณเปลือกตาบนซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติไม่ควรขยี้ตา ควรดูแลให้แผลแห้งและสะอาด พบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจติดตามอาการ

 

 

เทรนด์ตาโตแบ๊วยังเป็นที่นิยมของสาวๆ เพราะทำให้ใบหน้าน่ารักสดใสดูอ่อนเยาว์ ส่วนคนที่ตาปรือ ตาตก ดูแล้วง่วงเหงาไม่แอคทีฟ ก็สามารถทำศัลยกรรมแก้ไขได้ไม่ยากด้วยเทคนิคการผ่าตัด ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาตาหย่อน ตาปรือ ตาตก อย่างแท้จริง และยังเป็นการทำตาโตสองชั้นเปลี่ยนจากสาวหมวยจัดเป็นสาวตาโตแบ๊วน่ารักใสๆ ได้ในพริบตาสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำตาโต โดยประมาณอยู่ที่ 30,000-50,000 บาท และการทำศัลยกรรมเปิดหัวตามีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 50,000 บาท

 

 

“ปัจจุบันคนไทยนิยมทำศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขดวงตามากขึ้นกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะคนที่หมวยมากๆ และคนที่ไม่มีชั้นตาเลย แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าการทำตาให้สวยคือ “การทำตาสองชั้น” เท่านั้น ซึ่งในทางการแพทย์การทำตายังมีอีกหลากหลายประเภท การทำตาจึงถือได้ว่าค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ดังนั้น คนที่ต้องการทำศัลยกรรมตา ทั้งคนที่ต้องการมีตาที่ดูกลมโตมากขึ้น และคนที่ต้องการแก้ปัญหาตาปรือ ตาตก ตาหย่อน ควรมาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อแพทย์จะได้สอบถามถึงความคาดหวังของคนไข้ว่าต้องการทำแค่ไหน เพราะบางคนแก้ไขเพียงนิดหน่อยก็เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วนะครับ รวมถึงค้นหาสาเหตุที่ทำให้ตาเล็กและตาตกว่าเกิดจากอะไร ต้องแก้ไขด้วยวิธีไหน แต่ส่วนใหญ่สามารถแก้ไขให้เป็นปกติและสวยงามขึ้นได้และด้วย เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันที่มีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Microscopic) เข้ามาช่วย จึงทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยและสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ต้องเข้ามาปรึกษาและคุยกันอย่างละเอียดครับ เพราะความเป็นไปได้และความคาดหวังของคนไข้แต่ละรายไม่เหมือนกัน ซึ่งแพทย์จะได้ประเมินความเป็นไปได้มากที่สุดให้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ โดยจะประเมินแจ้งความเป็นไปได้ว่าสามารถทำได้แค่ไหน และข้อจำกัดของแต่ละรายเป็นอย่างไร ตา 100 คน ก็ 100 แบบ ไม่มีใครเหมือนกัน 100% แต่สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ”

 

 

นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและออกแบบ

ปรับแต่งรูปหน้า ผู้บริหาร Masterpiece Clinic

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ