Haijai.com


ลดน่องปูด น่องโต โชว์ขาเรียว Calf Muscle Reduction


 
เปิดอ่าน 18148

ลดน่องปูด น่องโต โชว์ขาเรียว Calf Muscle Reduction

 

 

ปัญหารูปร่างไม่สมส่วน อย่างเช่น ขาใหญ่เป็นท่อนซุง สะโพกบานเบอะ พุงเป็นชั้น หรือไขมันใต้ท้องแขน ที่ขัดใจสาวๆ หลายคนนั้น ต่างก็ยังพอมีวิธีที่จะช่วยทำให้มีขนาดเล็กลงและสวยสมส่วนได้ แต่ส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่ว่าจะทำยังไง ยังไง ก็เห็นจะไม่ยอมลดลงไปเสียที บริเวณที่ว่านี้นั่นก็คือ “น่อง” เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของรูปร่างที่มีผลไม่น้อยต่อความมั่นใจของสาวๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องสวมรองเท้าส้นสูงบ่อยๆ คนที่มีน่องปูด น่องโต เวลาสวมรองเท้าส้นสูงแล้ว มักจะมองเห็นกล้ามเนื้อปูดออกมาเป็นก้อนที่เรียกกันว่า “ลูกหนู” ทำให้แทบไม่อยากจะก้มลงไปมองน่องของตัวเองกันเลยทีเดียว ขึ้นต้นมาอย่างนี้พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ยว่า ตอนนี้มีนวัตกรรมทางการแพทย่าสุด ที่ช่วยเนรมิตน่องของคุณให้เรียวเล็กลงได้แล้ว

 

 

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปของเกาหลีถึงเต้นกันอยู่บนส้นสูงเก่งจังเลย ทั้งๆ ที่สเต็ปการแดนซ์ก็ไม่ใช่จะง่ายๆ ทั้งลีลาท่าทางการเต้น ไหนจะต้องร้องเพลงประสานเสียงให้เข้าจังหวะกันอีก ถ้าเป็นรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าส้นเตี้ยก็ไม่เท่าไหร่ แต่พวกเธอเต้นกันอยู่บนส้นสูงแหลมปรี๊ดทุกครั้งที่ต้องโชว์ในคอนเสิร์ต น่าทึ่งจริงๆ กับความสามารถของเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี และพวกเธอต่างก็ยังมีน่องและขาที่เรียวเล็ก ไม่เห็นว่าจะมีน่องปูดน่องโตกันบ้างเลย อย่างเรายืนทำงานกันไม่เท่าไหร่ก็ปวดน่องกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดๆ แล้ว เคล็ดลับก็คือ พวกเธอมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาช่วยในการรักษารูปร่างให้สวยงามสมส่วนอยู่เสมอนั่นเอง เพราะ “น่องโต” เป็นปัญหาความสวยงามของรูปร่างอย่างหนึ่งของผู้หญิง เรียวขาที่สวยงามเป็นเสน่ห์น่าดึงดูดต่อเพศชาย ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่ว่านี้ให้ดีขึ้น

 

 

น่องโตมาจากไหน

 

ก่อนที่จะพูดถึงวิธีการที่สามารถลดน่องให้เรียวเล็กลงได้ เรามาดูถึงสาเหตุที่ทำให้น่องโตกันก่อน คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันว่าน่องโตมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ เพราะเวลาเขย่งเท้าหรือใส่ส้นสูง มักจะมองเห็นกล้ามเนื้อปูดออกมาเป็นก้อน แต่จริงๆ แล้วน่องปูด น่องโต เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันได้แก่

 

 

1.เกิดจากกล้ามเนื้อ

 

 

2.เกิดจากไขมัน

 

 

3.เกิดจากกระดูก

 

 

คนที่น่องโตจากกล้ามเนื้อ อาจเกิดจากการเดินมากเกินไป การยืนเป็นเวลานานและการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือออกกำลังกายแบบผิดวิธี

 

 

สำหรับคนที่น่องโตจากไขมัน สาเหตุเกิดจากโรคอ้วน ทำให้มีไขมันส่วนเกินบริเวณน่อง ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และไม่ออกกำลังกาย ทำให้มีไขมันสะสมไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายรวมถึงน่อง จึงทำให้น่องดูใหญ่โตเต็มไปด้วยไขมัน

 

 

ส่วนน่องใหญ่ที่เกิดจากกระดูก จะเป็นเรื่องโครงสร้างของร่างกาย บางคนอาจมีกระดูกใหญ่ และหนาจึงทำให้น่องดูโต นอกจากนี้กรรมพันธุ์ก็อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น่องมีขนาดใหญ่ด้วย

 

 

ดังนั้น การวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงจะทำให้เลือกวิธีที่จะนำมารักษาได้อย่างถูกต้อง เพราะการรักษาในแต่ละด้านก็จะแตกต่างกันออกไป การรักษาน่องโตที่เกิดจากไขมันนั้น สามารถทำได้โดยการผ่าตัดดูดไขมัน ส่วนน่องโตที่เกิดจากกระดูกโดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะไม่แนะนำให้รักษา เพราะมีผลต่อโครงสร้างของร่างกาย ส่วนน่องโตที่เกิดจากกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้มาก ก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสีย และผลลัพธ์หลังการรักษาแตกต่างกัน และเนื่องจากโดยส่วนใหญ่คนไทยมักพบว่าน่องโตมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ “น่อง” ประกอบด้วยไขมันและกล้ามเนื้อ “กล้ามเนื้อน่อง (Calf Muscles)” สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 มัด คือ กล้ามเนื้อแกสตร็อกนีเมียส (Gastrocnemius) และกล้ามเนื้อโซเลียส (Soleus) กล้ามเนื้อแกสตร็อกนีเมียสอยู่ด้านบนกล้ามเนื้อโซเลียส มีขนาดเล็กกว่า และเป็นกล้ามเนื้อที่ปูดออกมาเป็นก้อน เมื่อเขย่งเท้าหรือสวมรองเท้าส้นสูง ทำให้น่องโตดูไม่สวยงาม และมีผลต่อการเดิน 15 % ส่วนกล้ามเนื้อโซเลียสอยู่ใต้กล้ามเนื้อแกสตร็อกนีเมียส ลึกลงไปชั้นในใกล้กระดูกขา จึงมักจะไม่ค่อยสังเกตเห็นมีขนาดใหญ่กว่า และมีผลต่อการเดิน 85 % กล้ามเนื้อทั้งสองมัดนี้มีส่วนสำคัญในการเดิน กระโดด และการวิ่ง ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อวิธีการที่จะนำมาใช้ในการลดขนาดน่อง

 

 

กำจัดน่องโอย่างไรให้ได้ผล

 

สำหรับการลดน่องโตใน Feature ฉบับนี้เราจะมาเน้นกันถึงการลดน่องโตที่มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้มากในคนไทยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยในปัจจุบันวิธีการต่างๆ ที่นำมาใช้ในการลดขนาดน่อง ได้แก่

 

 

1.การฉีดโบท็อกซ์ การลดน่องโตด้วยการฉีดโบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่มท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำได้ง่าย และมีสถานพยาบาลให้การรักษาหลายแห่ง แต่เนื่องจากโบท็อกซ์เป็นสารละลาย หากกล้ามเนื้อแกสตร็อกนีเมียสของคนไข้มีขนาดใหญ่มาก จึงจำเป็นที่จะต้องฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่มาก ดังนั้น โบท็อกซ์อาจซึมไปโดนกล้ามเนื้อด้านล่าง คือ กล้ามเนื้อโซเลียสที่มีผลต่อการเดิน 85 % ด้วย ผลข้งเคียง คือ ทำให้คนไข้เดินไม่เป็นปกติ ไม่สามารถเขย่งเท้าได้ ใส่ส้นสูงลำบากหรืออาจใส่ไม่ได้เลย เพราะเมื่อใส่ส้นสูงไปแล้วคนไข้จะมีอาการขาเปลี้ย ยกขาได้ไม่สุด จึงใช้การเดินโดยการเบี่ยงตัว และปัดขาแทน ทำให้เดินคล้ายเป็ด ในเรื่องของระยะเวลาในการรักษาโดยส่วนให่แล้ว การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดน่องจะฉีด 3 ครั้ง ห่างกัน 3 เดือน แต่โบท็อกซ์เมื่อฉีดแล้วจะไม่เห็นผลการรักษาในทันที โบท็อกซ์จะค่อยๆ ออกฤทธิ์ และเริ่มทำงานหลังจากการฉีดประมาณ 5-7 วัน กล้ามเนื้อจึงค่อยๆ หยุดทำงาน เมื่อกล้ามเนื้อหยุดทำงานน่องจึงค่อยๆ เล็กลง และเล็กลงเต็มที่เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน และผลการรักษาด้วยโบท็อกซ์โดยส่วนใหญ่อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน

 

 

ดังนั้น จึงทำให้กล้ามเนื้อกลับมาใหญ่ได้อีก ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่ายในการฉีดโบท็อกซ์ หากใช้ยาที่มีคุณภาพ และใช้ปริมาณในการฉีดค่อนข้างมาก ค่าใช้จ่ายก็จะค่อนข้างสูง จึงทำให้บางคนหันไปใช้โบท็อกซ์ปลอม ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมา เช่น ทำให้เกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์ได้ง่ายขึ้น หรือเรียกว่าแพ้โบท็อกซ์ จึงทำให้คนไข้กลุ่มนี้ฉีดแล้วไม่ได้ผลอีก

 

 

2.การผ่าตัดกล้ามเนื้อโดยตรง การผ่าตัดกล้ามเนื้อโดยตรงเป็นวิธีดั้งเดิมที่นำมาใช้ในการลดขนาดน่องให้เล็กลง เป็นวิธีที่ได้ผลดี รวดเร็วและถาวร แต่ปัจจุบันไม่นิยมทำเนื่องจากเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาค่อนข้างมาก เทคนิคในการผ่าตัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

 

 

1.การผ่าตัดกล้ามเนื้อแกสตร็อกนีเมียส ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดที่ทำให้น่องโตออก โดยการเปิดแผลผ่าตัดความยาว 5-8 เซนติเมตร

 

 

2.การผ่าตัดแบบเหลากล้ามเนื้อทั้งหมด แล้วจัดแต่งให้เข้ารูปตามที่ต้องการ

 

 

ข้อดี คือ เป็นวิธีที่รวดเร็ว ได้ผลจริง และถาวร

 

 

ข้อเสีย คือ กล้ามเนื้อถูกทำลายมากกว่าวิธีอื่น เสี่ยงต่อการติดเชื้อบกไม่ได้แน่นอนว่าน่องจะลดลงอย่างไร ลดลงขนาดไหน

 

 

ดังนั้น น่องทั้งสองข้างอาจไม่เท่ากัน เนื้อไม่เรียบใช้เวลาในการผ่าตัดและพักฟื้นนาน ค่าใช้จ่ายสูง และเกิดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด หลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน จึงเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน หลังผ่าตัดคนไข้จะต้องใส่ถุงน่องซัพพอร์ท เพื่อช่วยในการกระชับน่องด้วย

 

 

3.การทำลายเส้นประสาท การลดน่องโดยการทำลายเส้นประสาทมีหลายวิธี แต่ละวิธีได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผลการรักษาดีขึ้น และเพื่อให้มีระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยที่สุด วิธีเหล่านี้ ได้แก่

 

 

3.1.การตัดเส้นประสาทโดยตรง โดยการผ่าตัดลงแผลตรงน่องความยาวประมาร 2 เซนติเมตร แล้วใช้เครื่องมือแพทย์แหวกเข้าไปหาเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อโดยตรง เมื่อพบแล้วจึงทำการตัดเส้นประสาททำให้กล้ามเนื้อมัดนี้อ่อนลง จึงทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง

 

 

ข้อดี คือ มีความแม่นยำในการทำลายเส้นประสาท ได้ผลเร็ว

 

 

ข้อเสีย คือ อาจทำให้การทำงานของขาผิดปกติได้ เช่น มีปัญหาในการเขย่งข้อเท้า การนั่งขัดสมาธิในระยะยาวน่องอาจกลับมาโตได้ใหม่ เนื่องจากมีกล้ามเนื้อมัดที่เหลือมาทำงานทดแทน ทำให้น่องโตไม่เท่ากัน และยังทำให้เกิดแผลเป็นหลังผ่าตัด

 

 

3.2.การค้นหาเส้นประสาทจากภายนอก และฉีดทำลายด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง หรือ External EMG (External Electromyography) เป็นเครื่องค้นหาเส้นประสาทจากด้านนอกผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัด เมื่อพบเส้นประสาทแล้วเครื่องจะส่งสัญญาณลงไปที่เส้นประสาทคล้ายกับเป็นการลัดวงจร ทำให้เส้นประสาทกระตุก เมื่อพบแล้วว่าเส้นประสาทอยู่บริเวณไหน จึงทำการฉีดแอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง (High Concentration Alcohol) ลงไปโดยตรงเพื่อทำลายเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวตาย แต่การใช้ External EMG มีข้อจำกัด คือ เป็นการค้นหาเส้นประสาทจากด้านนอก ดังนั้น จึงไม่ได้มองเห็นเส้นประสาทได้จริง ทำให้ไม่สามารถทราบถึงระดับความลึกของเส้นประสาท และเมื่อตรวจพบและทำลายเส้นประสาทครั้งแรกไปแล้ว แต่กล้ามเนื้อยังคงทำงาน จึงทำให้น่องยังโตเหมือนเดิม ดังนั้น ต้องทำลายอีกหลายครั้ง และเพิ่มระดับลึกลงไปในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดการบาดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง เมื่อเนื้อเยื่อบาดเจ็บจากการทำลายด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม จะทำให้เกิดพังผืดขึ้น ซึ่งในบางครั้งคนไข้อาจเดินไม่ได้ และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาค่อนข้างมาก ดังนั้น การลดน่องด้วยวิธีนี้ จึงนับว่ายังเป็นปลายเทคนิค

 

 

3.3.การค้นหาเส้นประสาทจากภายในและทำลายเส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ หรือ Internal EMG (Internal Electromyography) เป็นวิธีการใหม่ที่สามารถลดขนาดน่องให้เรียวเล็กลง โดยเทคนิคนี้จะเป็นการนำคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF : Radio frequency) มาใช้ร่วมกับนวัตกรรมการค้นหาและกระตุ้นเส้นประสาท (EMG) ที่ต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แพทย์จะเริ่มจากการฉีดยาชาให้คนไข้ จากนั้นจึงใช้เครื่องค้นหา และกระตุ้นเส้นประสาทฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อ ซึ่งปลายเข็มจะมีเครื่องค้นหาเส้นประสาท เมื่อเจอแล้วจึงทำการปล่อยพลังคลื่นวิทยุ (RF) จี้ทำลายเส้นประสาทเฉพาะจุด (Nerve Ablation) เพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัวเป็นจุดเล็กๆ หลายๆ จุด (Muscle Coagulation) ใช้ระยะเวลาในการทำ 15-20 นาที หลังทำสามารถเห็นผลการรักษาทันที ข้อดี คือ เป็นการทำลายเส้นประสาทโดยตรงอย่างแม่นยำ เพราะไม่ต้องกระตุ้นเส้นประสาทจากด้านนอก ไม่ต้องกรีดแผลบริเวณน่องจึงไม่มีรอยแผลผ่าตัด เกิดการบาดเจ็บน้อย ลดการเกิดโรคแทรกซ้อน หลังทำคนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงนับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้ผลค่อนข้างถาวร เพราะสามารถอยู่ได้ประมาณ 15-20 เดือน ซึ่งกล้ามเนื้ออาจกลับมาใหญ่ได้อีกเล็กน้อย แต่คนไข้สามารถกลับมาทำซ้ำได้

 

 

แล้วลักษณะน่องแบบไหนที่เหมาะกับการรักษาด้วยการทำลายเส้นประสาท อย่างแรกต้องมาดูกันก่อนว่ารูปร่างของขาที่สวยงามนั้น ต้องเรียวตรงสมูท ดังนั้น จึงต้องพิจารณาจาก กรณีที่ 1 น่องใหญ่บริเวณด้านล่างตรงข้อเท้าเป็นกรณีที่ไม่เหมาะสำหรับการรักษา เพราะเป็นกล้ามเนื้อโซเลียสที่มีผลต่อการเดิน 85 % กรณีที่ 2 เมื่อตรวจจับประเมินดูแล้ว มีไขมันหนามากกว่า 2 เซนติเมตร กรณีนี้ไม่เหมาะสำหรับการรักษา เนื่องจากน่องที่โตมีไขมันร่วมด้วย ยกเว้นมีไขมันและกล้ามเนื้อใหญ่ร่วมกัน จึงสามารถรักษาได้ ซึ่งแพทย์ที่ทำการลดกล้ามเนื้ออาจแนะนำให้ดูดไขมันร่วมด้วย นับว่าเป็นข่าวดีของคนที่มีน่องโต น่องปูด เพราะนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ได้พัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยให้น่องที่ดูใหญ่โตมโหฬารเหล่านั้น มีขนาดเล็กลงได้ เปลี่ยนจาก “ขาโต” “ขาโต๊ะสนุ๊ก” มาเป็น “ขาเรียวสวย” กันได้ไม่ยากแล้ว แต่ไม่ใช่เพียงการรักษาอย่างเดียวที่จะทำให้คุณขาเรียวสวยนั้นมาครอบครองได้ การปฏิบัติตัวหลังจากทำการรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้เรียวขาอันน่าทึ่ง

 

 

ข้อควรปฏิบัติหลังทำการปรับรูปน่อง

 

สิ่งที่คนไข้ควรทราบก่อนการทำการลดน่องคือ เนื่องจากการลดน่องด้วยวิธีการทำลายเส้นประสาทนี้ ทำให้กล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการหยุดการทำงานในทันที แต่ระบบหลอดเลือดของร่างกายมนุษย์จะต้องมีกล้ามเนื้อ ช่วยในการสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนทั่วร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อน่องถูกหยุดการทำงาน กล้ามเนื้อที่ช่วยสูบฉีดเลือดดำให้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจ จึงลดลง ดังนั้น ในช่วงหลังทำประมาณ 3-4 เดือน คนไข้ควรงดออกกำลังกายที่ต่ำกว่าหัวใจ หรือบริเวณขาเพื่อป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด เช่น ตีเทนนิส ต่อยมวย กระโดดเชือก ปีนเขา หรือกีฬาที่ต้อง วิ่ง กระโดด รวมถึงกีฬาที่ใช้น้ำหนักลงที่ขามากๆ ควรเล่นกีฬาเบาๆ หรือที่สูงกว่าหัวใจ เช่น โยคะ ยืดเส้น ว่ายน้ำ เป็นต้น หลังออกกำลังกาย ควรยืดกล้ามเนื้อน่องหรือนวดทุกครั้ง และเพื่อหลีกเลี่ยงการบวม และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรใส่ถุงน่องเพื่อสุขภาพและผ้ารัดขาติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ในขณะทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่งวัน ยกเว้นตอนกลางคืนขณะนอนหลับ เพราะอาจทำให้เกิดตะคริวได้ การออกกำลังกายทุกครั้ง ควรใส่ถุงน่องเพื่อสุขภาพหรือผ้ารัดขา ให้ระมัดระวังจนกว่ากล้ามเนื้อจะปรับตัวได้

 

 

หลังทำการลดน่องด้วยวิธีการทำลายเส้นประสาทแล้ว คนไข้ควรนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และให้เลือดลมเดินสะดวกในทันที หลังจากนั้นควรยืดกล้ามเนื้อขาวันละหลายๆ ครั้ง หรือบ่อยเท่าที่จะสามารทำได้ เพราะหลังทำอาจมีการบาดเจ็บได้บ้างในตำแหน่งที่จี้ จึงจำเป็นต้องยืดเพื่อลดโอกาสในการเกิดพังผืด และควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 เดือน หลังจากทำเสร็จแล้ว ต้องติดผ้าปิดแผลทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องแกะผ้าติดแผลออกแม้ขณะอาบน้ำ เพราะวัสดุที่ใช้สามารถกันน้ำได้ ควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำอุ่นหรือซาวน่าในช่วงระยะเวลา 3-4 วันหลังทำ และงดใส่รองเท้าส้นสูง และรองเท้าไม่มีส้นเป็นเวลา 1 เดือน แนะนำให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยสูงประมาณ 3-4 เซนติเมตร หลังการรักษาหากมีอาการอักเสบหรืออาการข้างเคียงใดๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที โดยแพทย์จะนัดคนไข้เพื่อตรวจเช็ค และติดตามผล 4 เดือน

 

 

เพราะน่องปูด น่องโต ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และความมั่นใจของหลายๆ คน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องสวมกระโปรงสั้น กางเกงขาสั้นและรองเท้าส้นสูง ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าหน้าผมจะพร้อมแล้ว แต่พอถึงเวลาสวมรองเท้าส้นสูงคู่สวย คุณจะกล้าเดินเฉิดฉายหรือเปล่า เมื่อน่องปูดโตออกมาให้ใครๆ ได้เห็นจนทำเอาคุณหมดความมั่นใจ ตอนนี้ก็มีทางเลือกหลากหลาย เพื่อให้คุณได้ลดปมด้อยที่เกิดจากน่องคู่นั้นได้แล้ว สาวน่องโต หนุ่มน่องใหญ่ คนไหนอยากมีน่องที่เล็กขาเรียวสวยงาม อย่าลืมว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง สำหรับค่าใช้จ่ายในการลดน่องโดยประมาณอยู่ที่ 80,000 – 100,000 บาท

 

 

“คนไข้ที่รู้สึกว่าตัวเองน่องโต น่องปูด ขาใหญ่ หรือว่าไม่มั่นใจกับเรียวขาของตัวเอง แนะนำว่าให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ เพื่อศึกษาข้อมูลว่าน่องโตของคนไข้มีสาเหตุมาจากอะไร เหมาะสำหรับการลดน่องด้วยวิธีไหน หรืออาจดูภาพของคนไข้รายอื่นๆ ถึงลักษณะของน่องที่เหมาะ และไม่เหมาะสำหรับการลดกล้ามเนื้อด้วยวิธีต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจของคนไข้ว่าควรทำหรือไม่ ควรลงทุนกับเรื่องความสวยความงาม เรื่องบุคลิกภาพของตัวเองหรือไม่นะครับ ปัจจุบันมีนวัตกรรมล่าสุดที่นำมาใช้ในการลดน่อง ด้วยเครื่องที่เรียกว่า Internal EMG ซึ่งเป็นการค้นหาเส้นประสาทจากภายใน และทำลายเส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งการลดน่องด้วยวิธีนี้จะเป็นการตัดการทำงานของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ดังนั้น ภายใน 10 นาที กล้ามเนื้อจึงหยุดทำงานและค่อยๆ มีขนาดเล็กลง และเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งผลการรักษาอาจเรียกได้ว่าถาวร แต่คนไข้จำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลก่อนทำว่าในร่างกายของคนเรา เส้นประสาทต่างๆ นั้น เมื่อขาดแล้วอาจมีกลับมาเชื่อต่อ (Re-Generate) กันใหม่ได้บ้างเล็กน้อย ดังนั้น กล้ามเนื้ออาจกลับมาเป็นก้อนได้บ้าง เริ่มใหญ่ขึ้นมาได้เล็กน้อยแต่ไม่ทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2 ปีขึ้นไป เมื่อถึงเวลานั้นคนไข้สามารถกลับมาทำซ้ำได้อีกครั้ง และไม่ต้องทำอีกเลยก็ได้ครับ”

 

 

นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและออกแบบปรับแต่งรูปหน้า

ผู้บริหาร Masterpiece Clinic

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ