Haijai.com


ความอ้วนกับการทำศัลยกรรม


 
เปิดอ่าน 814

ความอ้วนกับการทำศัลยกรรม

 

 

เราอาจคิดว่าเราเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความอ้วนและการลดน้ำหนักดีแล้ว แต่ความจริงคือเรายังมีความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อีกมากมายจนทำให้คุณประหลาดใจ เช่น เราจะเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่บริโภคและลดน้ำหนักได้ด้วยกิจกรรมทางเพศ แบบนี้เป็นต้น มีการวิจัยพบว่าคนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ที่ 30 ขึ้นไปมีความเป็นไปได้ที่จะประสบภาวะโรคอ้วน มีประชากรผู้ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนมากที่เป็นโรคเบาหวาน และได้เสียค่าใช้จ่ายทางการแพทย์กับโรคนี้ในปี ค.ส.2008 มูลค่ารวมทั้งสิ้นเกือบ 150,000,000,000 ดอลลาร์

 

 

ถ้ากินผักและผลไม้เพิ่มจะลดน้ำหนักได้จริงเหรอ? ผิดค่ะ ถึงจะทานผักผลไม้เข้าไปในมื้อาหาร แต่ถ้าเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินซะใหม่ ทำยังไงก็ไม่ผอมค่ะ ขึ้นต้นว่าเป็น “อาหารที่มีประโยชน์” นี่แหละตัวดี คุณทราบหรือไม่ว่า “น้ำอัดลมกลิ่นองุ่น” มีแคลอรีน้อยกว่า “น้ำองุ่นกระป๋อง” อีกนะ แต่ความเชื่อเหล่านี้ได้ ถูกเผยแพร่ผ่านทางสื่อต่างๆ ทำให้มีคนเข้าใจผิด ส่งผลให้โรคเบาหวานยิ่งระบาดหนักเข้าไปอีก

 

 

ด้วยจำนวนประชากรที่เป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้อุตสาหกรรมเสริมความงามมีการเจริญเติบโตขึ้นด้วย มีคนไข้จำนวนมากมาดูดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย (Liposuction) พร้อมทำศัลยกรรมให้ร่างกายกระชับขึ้น ซึ่งนี่ไม่ถือเป็นเทคนิคการลดน้ำหนักแต่อย่างใด และยิ่งเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานยิ่งต้องระวังมากกับการดูดไขมัน พวกที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ ข้อแนะนำว่าอย่าเพิ่งทำเลยค่ะ เพราะเขากำจัดไขมันออกได้ทีละนิด ไม่ใช่เอาออกหมดทีเดียวเป็นสิบๆ กิโลกรัม เพราะนั่นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

 

 

ถ้าอยากมีหุ่นดีและสุขภาพแข็งแรง แทนที่จะมานั่งลดน้ำหนักด้วยวิธีที่คนบอกต่อกันมา ลองหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอดีกว่า รับรองว่าผลลัพธ์ที่คุณจะได้ต้องมากกว่าคำว่าผอมลงแน่นอน

 

 

ต่อจากนี้ไปก่อนจะเชื่ออะไร ต้องแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องแต่งซะก่อนนะจ๊ะสาวๆ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ