Haijai.com


การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน ความงามปลายจมูก


 
เปิดอ่าน 4096

เติมเต็มความงามปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน

 

 

กระแสความนิยมในสังคมทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรนด์ศัลยกรรมความงามอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเพศชายและหญิงก็คือ “การเสริมจมูก” เพราะรูปทรงของจมูกสัมพันธ์กับเค้าโครงหน้าโดยรวม และยังมีเทคนิคในการเสริมใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะโดยทรงจมูกที่สวยงามจะต้องเป็นทรงจมูกที่เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคน ได้สัดส่วนกับใบหน้ามีความสมดุล และโด่งสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งการทำศัลยกรรมทุกประเภทจะต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการผ่าตัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด การเสริมจมูกก็เช่นกัน และในปัจจุบันการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากมีจมูกโด่ง แต่ปัญหาของการเสริมด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียวคือจมูก อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้แพทย์หลายท่านลงความเห็นว่าจะต้องเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนอีกครั้ง จึงทำให้จมูกนั้นสวยได้รูปอย่างที่ต้องการ

 

 

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน อาจเป็นที่คุ้นหูของใครหลายๆ คน เพราะไม่ได้เป็นเทคนิคใหม่แต่อย่างใด แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขปรับรูปทรงจมูกให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยตำแหน่งของกระดูกอ่อนจากคนไข้ที่สามารถนำมาใช้ทำศัลยกรรมเสริมจมูกได้อย่างปลอดภัย ได้แก่ (1) กระดูกอ่อนที่อยู่ภายในจมูก (กระดูกข้างในจมูกตำแหน่งระหว่างรูจมูกซ้าย-ขวา) (2) กระดูกอ่อนหลังใบหูและ (3) กระดูกอ่อนจากซี่โครงบริเวณสีข้าง

 

 

โดยส่วนใหญ่แพทย์มักจะเลือกใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูในการนำมาเสริมปลายจมูกมากกว่า ส่วนกระดูกอ่อนซี่โครงจะใช้ในกรณีที่กระดูกอ่อนหลังใบหูไม่สามารถใช้ได้ และปลายจมูกที่เสริมมาเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง จากการเสริมด้วยซิลิโคนมาก่อนหน้านี้ จึงต้องใช้กระดูกซี่โครงที่มีความแข็งแรงกว่ากระดูกอ่อนหลังหู ช่วยป้องกันการยืดออกและบางตัวลงของเนื้อเยื่อ

 

 

ข้อดีของการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน คือ เป็นการช่วยป้องกันเนื้อเยื่อที่บางตัวลงจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน จึงช่วยลดโอกาสซิลิโคนทะลุ และทำให้มองดูแล้วจมูกมีความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับใบหน้า เมื่อได้สัมผัสแล้วปลายจมูกจะมีความนิ่มเหมือนธรรมชาติ กระดูกอ่อนยังเป็นวัสดุที่ช่วยแก้ไขโครงสร้างจมูกได้หลากหลาย เช่น เพิ่มความโด่งของจมูก แก้ไขปลายจมูกงุ้ม เป็นต้น นอกจากนี้ในประเทศเกาหลียังมีวัสดุซิลิโคนสำเร็จที่สามารถนำมาใช้เสริมปลายจมูกได้เช่นเดียวกัน เรียกว่า T-Bar มีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมมุมหลังคา โดยมีวิธีการผ่าตัดเสริมที่ง่ายกว่า คือ สามารถผ่าตัดเย็บติดเข้ากับเนื้อบริเวณปลายจมูกได้เลย แต่มีความเสี่ยงคือทำให้ปลายจมูกทะลุ เนื่องจากยังถือว่าเป็นของแข็ง ข้อดีคือสามารถยกปลายจมูกได้ดีกว่าเพราะมีความแข็งกว่ากระดูกอ่อนหลังหู

 

 

การเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเป็นอย่างไร

 

จุดประสงค์ของคนที่ต้องการเสริมจมูกมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจมูกแบน ไม่มีดั้ง จมูกเอียง จมูกเบี้ยว จมูกรั้น จมูกสั้น ฯลฯ จึงต้องการเสริมเพื่อให้มีทรงจมูกที่โด่งสวยขึ้น ซึ่งหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนแล้ว หากต้องการทำให้จมูกดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเพื่อแก้ปัญหาความแข็งของรูปทรงซิลิโคนได้ หรือในคนไข้บางรายมีจมูกที่โด่งสูงอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเพิ่มปลายจมูกให้โค้งมน ก็สามารถแก้ไขโดยการเสริมแค่ปลายจมูกได้ ซึ่งส่วนใหญ่การเสริมปลายจมูกให้สวยมักนิยมเสริมให้เป็นทรงหยดน้ำ (Tear drop) ซึ่งเป็นการต่อปลายจมูกให้ยาวขึ้น ช่วยเติมเต็มรูปทรงจมูกให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับรูปหน้า ทำให้หน้าดูอ่อนหวาน ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น แต่จมูกทรงหยดน้ำนี้ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน เพราะมีข้อจำกัดคือต้องมีเนื้อจมูกที่ค่อนข้างมาก บางคนสามารถทำได้เพราะมีเนื้อจมูกมากอยู่แล้ว  แต่สำหรับบางคนจมูกรั้น เชิด จมูกสั้น ปลายจมูกตัด เนื้อปลายจมูกบาง ไม่ว่าจะเสริมอย่างไร ก็จะไม่ได้เป็นทรงหยดน้ำที่สวยงาม ดังนั้น การทำการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนไปพร้อมๆกับการปรับแต่งเพิ่มความยาวปลายจมูก ด้วยการเสริมกระดูกอ่อนหลังหู จึงเป็นการแก้ไขรูปทรงจมูกให้มีความโด่งสวยเป็นธรรมชาติได้

 

 

เทคนิคการเสริมปลายจมูกนี้เหมาะกับใคร

 

เทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับคนไข้ที่ต้องการเสริมจมูก ทั้งในรายที่เคยมีประวัติการเสริมจมูกมาก่อน แต่ต้องการแก้ไขปลายจมูกและกรณีคนไข้ที่เสริมจมูกเป็นครั้งแรก รวมถึงคนไข้ที่มีปัญหาปลายจมูกทะลุ สำหับในกรณีที่คนไข้จมูกสั้นมาก ศัลยแพทย์จะแนะนำให้เสริมรูปทรงจมูกด้วย ซิลิโคนร่วมกับการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู เพื่อให้กระดูกอ่อนเป็นวัสดุกั้นไม่ให้ปลายของซิลิโคนสัมผัสกับผิวหนังของปลายจมูกโดยตรง อีกทั้งกระดูกอ่อนหลังใบหูจะช่วยให้ผิวบริเวณนั้น เกิดการสร้างเนื้อเยื่อที่มีผลให้เกิดพื้นที่ปลายจมูกเพิ่มมากขึ้น เกิดเป็นจมูกทรงหยดน้ำสวยงาม ในทางกลับกัน หากเสริมด้วยซิลิโคน ซิลิโคนจะดันเนื้อเยื่อปลายจมูกออกมาเรื่อยๆ เป็นการปิดกั้นไม่ให้เลือดมาเลี้ยงปลายจมูก ซึ่งมีผลทำให้ปลายจมูกบางในที่สุด และมีข้อยกเว้นสำหรับคนไข้ที่มีแผลบริเวณด้านหลังใบหู เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบกับโครงสร้างและรูปร่างของใบหูได้ ข้อจำกัดของการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนคือ ศัลยแพทย์จำเป็นจะต้องมีความรู้ด้านโครงสร้างของจมูกอย่างลึกซึ้ง ต้องมีประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนมาเป็นเวลานาน จนมีความเชี่ยวชาญ มีความแม่นยำสูง ในการะประเมินความเป็นไปได้ของรูปทรงจมูกคนไข้ ว่ากรณีไหนเสริมแล้วสวย กรณีไหนเสริมแล้วจะทำให้จมูกเบี้ยวดูไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากการทำศัลยกรรมจมูกด้วยเทคนิคนี้ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการแก้ไขรูปทรงจมูก ดังนั้น ศัลยแพทย์จำเป็นที่จะต้องประเมินได้ว่า เมื่อเสริมไปแล้วจะไม่เกิดการผ่าตัดแก้ไขใหม่ในอนาคต

 

 

การผ่าตัดเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู

 

เทคนิคการผ่าตัดเสริมปลายจมูกอ่อนด้วยกระดูกอ่อนหลังหูนี้ เป็นการนำกระดูกอ่อนจากตัวคนไข้เอง ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว โดยหลังจากศัลยแพทย์ทำการประเมินรูปทรงจมูกแล้ว จะทำการประเมินขนาดของกระดูกอ่อนหลังหูว่า ต้องใช้ความยาวประมาณเท่าไหร่สำหรับการเสริมปลายจมูก โดยเลือกตัดช่วงความยาวของกระดูกอ่อนให้เหมาะสมกับลักษณะจมูกของคนไข้ ซึ่งกระดูกอ่อนที่จะนำมาใช้ผ่าตัดเสริมปลายจมูกในแต่ละข้างจะมีรูปทรงคล้ายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะเป็นส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านห้า เมื่อได้ความยาวตามที่ต้องการแล้ว จึงทำการเย็บกระดูกอ่อนเข้ากับเนื้อปลายจมูก ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมปลายจมูกสามารถใช้ได้ทั้งการวางยาสลบและการฉีดยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับยาระงับความวิตกกังวล ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์จะทำแนวเส้นผ่าตัดที่ด้านในของโพรงจมูกใกล้กับแกนจมูก เพื่อสร้างช่องว่างที่สันจมูก ใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก และบริเวณฐานจมูก เมื่อเปิดแผลผ่าตัดแล้วจึงนำแท่งซิลิโคนที่ตกแต่งเรียบร้อยมาเสริมที่สันจมูก และเย็บกระดูกอ่อนที่ตกแต่งเรียบร้อยเข้ากับเนื้อปลายจมูก หลังจากนั้นจึงทำการเย็บปิดแผล โดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

 

 

หลังการผ่าตัดคนไข้จะได้รับการนอนพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีการประคบผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็ง เพื่อระงับอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด จากนั้นจึงสามารถกลับบ้านได้ ศัลยแพทย์จะนัดตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5-7 วัน หลังผ่าตัดจมูกจะมีอาการบวม 2-3 วัน โดยมีการแปะพลาสเตอร์หรือใส่เฝือกอ่อนปิดแผลไว้ หลังจากผ่าตัด 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ จึงสามารถแกะออกได้ ควรดูแลแผลประมาณ 3 เดือน โดยเฉพาะ 1-2 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและสูบบุหรี่ ควรนอนในท่าที่ศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา จากพื้นราบเพื่อลดการบวม หลีกเลี่ยงการจับต้องหรือกระแทกจมูกโดยแรง ที่สำคัญควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่งาเคร่งครัด

 

 

การเสริมปลายจมูกในลักษณะนี้ อาจทิ้งรอยแผลให้เห็นชั่วคราวบริเวณแกนกลางจมูกด้านล่างในช่วงแรก ซึ่งจะค่อยๆ เลือนหายไปเองตามธรรมชาติไม่เกิดเป็นรอยแผลเป็น และนับว่าเป็นวิธีที่สามารถแก้ไขรูปร่างจมูกได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะเป็นการผ่าตัดเปิดแผลในตำแหน่งที่ทำให้มองเห็นโครงสร้างภายในได้ดีกว่า สำหรับกรณีที่คนไข้จมูกสั้นเกิน ปลายจมูกมีน้อย ศัลยแพทย์จะนำกราฟไขมันจากบริเวณต้นขาหรือหน้าท้องมาเสริมร่วมกับกระดูกอ่อนหลังหูด้วย โดยไขมันจะเป็นตัวกระตุ้นการหล่อเลี้ยงเลือดที่บริเวณเนื้อปลายจมูก เกิดพื้นที่เล็กๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงปลายจมูกทะลุจากซิลิโคน หากภายหลังการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนแล้ว แต่รูปทรงจมูกยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ยังขาดสัดส่วนอีกนิดหน่อย ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมสัดส่วนจมูกตามต้องการได้อีกนิดหน่อย ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมสัดส่วนจมูกตามต้องการได้

 

 

ดังนั้น การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน กับการผ่าตัดเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน จึงเป็นการตกแต่งโครงสร้างหรือเปลี่ยนรูปทรงของจมูก เพื่อให้มีความสมดุลกับใบหน้าที่สามารถทำการผ่าตัดไปพร้อมๆ กัน หากจะเรียกว่าเทคนิคนี้เป็นเทคนิคใหม่ ก็คงจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะเป็นการผ่าตัดที่ใช้หลักการเดียวกับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ กล่าวคือ มีการใช้เนื้อบางส่วนจากตัวคนไข้เองมาช่วยเสริมในบริเวณที่เราบกพร่องไปนั่นเอง และการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูนี้ ก็สามารถช่วยเพิ่มความยาวของปลายจมูกที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ลดความเสี่ยงซิลิโคนทะลุปลายจมูก ผิวหนังบริเวณปลายจมูกมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับยืดได้ตามที่ต้องการ สามารถคงรูปทรงจมูกได้ยาวนานกว่า โดยค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมจมูกด้วยวิธีนี้ โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท

 

 

นับว่าการเสริมเพียงแค่ปลายจมูกนิดเดียว ก็สามารถทำให้เราดูดีขึ้นได้ บางคนโครงหน้าสวยอยู่แล้ว เพียงแค่เติมปลายจมูกให้ยาวเป็นทรงหยดน้ำเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็สามารถเพิ่มความอ่อนหวานให้กับใบหน้า ทำให้ใบหน้าได้สัดส่วนหรือมีจุดเด่นมากยิ่งขึ้น และยังทำให้จมูกที่ดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ดูนุ่มนวลโค้งมลให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติได้มากกว่า สำหรับคนที่สนใจในการทำศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยเทคนิคนี้ ควรปรึกษาจากแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำและข้อมูลที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจ

 

 

การที่เราจะใช้วัสดุประเภทไหนมาเสริมจมูกนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์เป็นสำคัญ ว่าควรจะใช้วัสดุแบบไหน อย่างไร ให้เหมาะสมกับตัวคนไข้ และที่สำคัญต้องอยู่ที่ความมั่นใจในความชำนาญของแพทย์ของคนไข้ รวมทั้งความพึงพอใจของคนไข้ด้วย เพราะถ้าหากคนไข้ไม่มั่นใจในตัวศัลยแพทย์แล้ว ก็จะทำให้เกิดความไม่เชื่อใจและอาจจะทำให้จมูกที่เสริมออกมาไม่เป็นไปตามที่ต้องการได้ และถ้าคนไข้มั่นใจในตัวศัลยแพทย์แล้ว ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ และไม่ควรบังคับให้ศัลยแพทย์ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมครับ

 

 

นพ.ธนวรรฒน์ โชติมา

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม

TNC (ทีเอ็นซี คลินิก)

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ