Haijai.com


การผ่าตัดยกคิ้ว แก้รอยตีนกา และปัญหาตาตก


 
เปิดอ่าน 22591

การผ่าตัดยกคิ้ว แก้รอยตีนกา และปัญหาตาตก Brow Lift Surgery

 

 

ปัญหาของริ้วรอย ความร่วงโรยของผิวหนัง ยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ใจแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรอยตีนกา ผิวหนังหย่อนคล้อย จนก่อเกิดเป็นปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งเรื่องของหนังตาตก คิ้วตก ตาตุ่ย เป็นต้น ส่งผลให้หลายต่อหลายคนกังวลและขาดความมั่นใจ จนบางรายไม่กล้าแม้แต่หัวเราะ ยิ้ม หรือแสดงสีหน้า เพราะยิ่งจะทำให้เห็นริ้วรอยได้เด่นชัดขึ้น จากปัญหาดังกล่าวพบว่า ร้อยละ 90% ของคนไข้ที่เดินหน้าพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา โดยมากมาด้วยเรื่องของดวงตาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรอยตีนกา หางตาตก ตาเศร้า ตาตุ่ย ซึ่งวิธีการแก้ไข มักจบลงด้วยการ “ยกคิ้ว” ขึ้นนั้นเอง

 

 

การยกคิ้ว ถือได้ว่าเป็นเทคนิคหนึ่งในการศัลยกรรมแก้ไข เรื่องของรอยตีนกา ตาตก ตาเศร้า หนังตาตก ซึ่งแน่นอนว่ามักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมาก โดยการยกคิ้วจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นตึงขึ้น รอยตีนกาที่เคยมี และหนังตาที่เคยห้อยยานลงมาก็จะถูกยกและเลือนหายไปอย่างถาวร หลักของการแก้ไขด้วยการยกคิ้วปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 เทคนิค คือ

 

 

เทคนิคที่ 1.Direct browlift

 

เป็นวิธีดั้งเดิมคือการกรีดตรงๆ ตรงขอบคิ้วช่วยให้ดึงคิ้วได้มาก โดยวิธีนี้มีข้อดีคือทำการรักษาง่าย โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ หรือใช้เครื่องมือมาก แต่ข้อเสียก็คือจะเห็นแผลเป็นตรงคิ้วเลยอย่างเห็นได้ชัด วิธีนี้จะได้รับความนิยมในแถบคนยุโรป เนื่องจากแผลเป็นรักษาได้ค่อนข้างง่าย แต่ถ้าเป็นในแถบเอเชียเรื่องของแผลเป็นบ้านเรา รักษาได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเราเป็นคนผิวสีเหลือง-แดง ออกไปทางคล้ำเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้จะรักษาจนแผลหายดีแล้วก็ตาม ก็จะกลายเป็นแผลที่มีลักษณะสีขาวๆ ตัดกับสีผิวของเราอีกบางรายอาจจะต้องสักคิ้วเพื่อกลบปัญหาเหล่านี้ก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยไม่ค่อยนิยมทำกัน

 

ดังนั้น ผู้ที่เหมาะกับวิธีดังกล่าว คือ

 

1) ผู้ที่ทำคิ้วถาวรอยู่แล้ว หรือต้องการทำคิ้วถาวร โดยแผลเป็นที่เกิดจากการดึงคิ้วสามารถซ่อนในคิ้วได้

 

2) ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศในแถบหนาว เนื่องจากแผลเป็นมักเห็นไม่ชัดเจน

 

 

สำหรับวิธีการผ่าตัดในเทคนิคนี้ เรียกได้ว่าไม่ยุ่งยากมากนัก เพียงฉีดยาชา กรีดแผลตรงบริเวณขอบคิ้ว ตัดผิวหนังส่วนที่อยู่ชิดขอบบนของคิ้ว เพื่อให้คิ้วยกสูงขึ้น แล้วเย็บแผลดึงขึ้นก็เป็นอันเรียบร้อย โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน  ก็สามารถตัดไหมได้ และรอแผลหายสนิทในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน

 

 

เทคนิคที่ 2.Pretrichial incision Brow Lift

 

เป็นวิธีที่นิยมทำกันมากในอดีต วิธีหนึ่งคือการกรีดตลอดเหนือหน้าผากขึ้นไปเหมือนที่คาดผม เพื่อที่เราจะได้ดึงคิ้วขึ้นมาได้ ทำโดยการฉีดยาชาหรือวางยาสลบ วิธีการนี้ต้องผ่าตัดดึงหน้าผากขึ้น เพื่อช่วยยกคิ้ว เหตุที่ต้องเปิดแผลยาว เพื่อที่แพทย์จะได้เห็นเส้นประสาทด้วยตาเปล่า เพื่อที่จะไม่ไปตัดโดนเส้นประสาทบริเวณอื่น ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ช่วยในการยกคิ้ว (temporal branch of facial nerve) แน่นอนว่าต้องทำการรักษากับแพทย์ที่มีความชำนาญ โดยวิธีการนี้จะช่วยลดรอยย่นบริเวณหน้าผากได้ด้วย

 

 

วิธีการนี้จะทำการผ่าตัด โดยจะมีแผลเป้นรอบศีรษะ ซึ่งสามารถเข้าไปตัดกล้ามเนื้อที่ใช้ขมวดคิ้วได้ ช่วยให้รอยย่นบริเวณหัวคิ้วดีขึ้นนั่นเอง แต่ข้อเสียของการผ่าตัดวิธีนี้คนไข้หลายรายไม่เข้าใจว่า กับแค่ต้องการแก้ไขตาตกและรอยตีนกา ต้องทำการยกคิ้วด้วยการกรีดตลอดหัวคิ้วขนาดนี้ ซึ่งต้องบอกว่าตำแหน่งของคิ้วสำคัญมาก คิ้วที่สวยงามควรอยู่ที่ขอบกระดูกเบ้าตาบน หากคิ้วต้องอยู่สูงกว่าหัวคิ้วเล็กน้อย ยิ่งในคนอายุมาก มักจะมีปัญหาคิ้วตก สังเกตจากหากคิ้วอยู่ต่ำกว่าหัวคิ้ว ซึ่งวิธีการนี้คือศัลยกรรมดึงหน้าขนาดย่อมๆ ที่จะช่วยทำให้คิ้วยกตามขึ้นไปด้วยนั่นเอง และด้วยวิธีการนี้ต้องการเปิดแผล ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักจะรับไม่ได้ที่จะมีแผล และดูเป็นเรื่องการรักษาที่น่ากลัว คนไข้จึงไม่ค่อยนิยม

 

 

เทคนิคที่ 3.Endoscopic Brow Lift หรือ การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic)

 

ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดใหม่ ซึ่งเป็นการประยุกต์นำกล้องส่อง Endoscopic มาใช้ จึงไม่ต้องกรีดแผลยาวเหมือนเทคนิคที่ 2 ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าแบบเดิมมาก และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น กำหนดจุดลงแผลสำหรับสองกล้อง 3-5 จุด โดยที่แผลเหล่านี้จะซ่อนอยู่ตามแนวไรผมขนาดประมาณ 3 ซม. ทั้งนี้จุดลงแผลจะอยู่ตรงกับตำแหน่งหัวตาและหางตาของคิ้วทั้ง 2 ข้าง ซึ่งผลที่ได้หลังการผ่าตัดยกคิ้วก็คือเป็นการยกคิ้วให้โก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตามากขึ้น

 

 

หลักการรักษาของวิธีการนี้คือต้องเลาะแยกผิวชั้นนอกให้ล่อนหลุด จากส่วนหน้าผาก โดยอาศัยเครื่องมือแพทย์ที่มีขนาดเล็กมาๆ สอดเข้าไปตามจุดลงแผล ลงไปเลาะลึกถึงบริเวณใต้คิ้ว (เปลือกตาบน) ซึ่งในระหว่างที่เลาะนี้ แพทย์จะใช้เครื่องมือจัดการกับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากและกล้ามเนื้อช่วงระหว่างคิ้ว ที่ทำให้เกิดริ้วรอย ร่องลึก ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง ผิวจะเรียบตึงยิ่งขึ้น

 

 

การผ่าตัดโดยใช้กล้อง endoscopic มีข้อดีคือมีอาการบวมค่อนข้างน้อย และปัญหาเรื่องการชาบริเวณศีรษะน้อยกว่าวิธีที่ 1 เพราะมีแผลเป็นขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยและยกกระชับทั้งคิ้ว หน้าผาก ด้วยวัสดุแบบใหม่ที่เรียกว่า EndotineTransbleph แทนการใช้ไหมละลายทั่วไป ซึ่งมีความปลอดภัย และยังกำจัดริ้วรอยที่หน้าผากและตาที่ตก

 

 

โดยที่ EndotineTransbleph ได้มีการใส่เย็บบาดแผลเพื่อดึงเนื้อเยื่อ อุปกรณ์ตัวนี้จะละลายกลายเป็นส่วนของร่างกายภายในหนึ่งปี และจะได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน แน่นอนว่าทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่มีแผลเป็นน้อยกว่าวิธีอื่น และสามารถเห็นผลได้ทันที

 

 

วิธีการนี้หลังการรักษา 1-2 สัปดาห์ก็มาตัดไหมได้แต่อย่างไรก็ตาม บนใบหน้าก็จะมองไม่เห็นแผล แต่อาจจะมีเรื่องของอาการบวมบ้างเล็กน้อยหลังการรักษา แต่ไม่บวมมาก เนื่องจากกล้องที่ส่องไปจะค่อยๆ เลาะลงไป เรียกว่าแทบไม่ต้องพันหน้าผากอะไรเลยหลังการรักษา ส่วนระยะเวลาในการพักฟื้น บางรายรักษาเสร็จก็สามารถไปเดินเล่น ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีอาการปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดในการรักษาได้

 

 

นอกจากยังมีวิธีการอื่นๆ เช่น การยกคิ้วโดยใช้การสอดไหม เป็นการยกคิ้วโดยใช้การสอดไหม วิธีนี้จะสามารถยกคิ้วได้น้อย และทำให้รอยย่นที่หน้าผากเห็นชัดขึ้น เพราะเป็นการยกคิ้วขึ้น โดยที่ผิวหนังบริเวณหน้าผากไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง นอกจากนี้สามารถแก้ได้โดยไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มต่างๆ ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้เป็นการยกคิ้วอย่างแท้จริง เป็นเพียงการทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงานเท่านั้น คิ้วที่สูงต่ำไม่เท่ากันทำให้ตาไม่เท่ากัน บางคนเพียงแค่ยกคิ้วให้เท่ากัน ตาก็จะดูเท่ากันมากขึ้น โดยที่อาจจะไม่ต้องทำหัตถการอย่างอื่นเพิ่มเติม แต่การยกคิ้วจะทำใน 2 กรณีก็คือตาตกมากๆ ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น อีกกรณีคือไม่มีระยะระหว่างคิ้วกับตา จึงต้องยกคิ้วก่อนจึงจะสามารถทำตาได้

 

 

หากเปรียบเทียบใน 3 เทคนิคนี้ Direct Browlift ถือเป็นการรักษาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ส่วนวิธีการรักษาที่เห็นผล ทั้ง 3 เทคนิคได้ผลดีด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวแพทย์ที่ทำการรักษาว่ามีความถนัดและชำนาญมากน้อยเพียงใดกับวิธีนั้นๆ ส่วนใหญ่ความต่างของแต่ละวิธีจะขึ้นอยู่กับการพักฟื้น แน่นอนว่าในยุคสมัยที่วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ก็ไม่มีใครต้องการที่จะผ่าตัดใหญ่ โดยไม่จำเป็น ดังนั้น pretrichial incision brow lift จึงค่อนข้างไม่เป็นนิยม แต่ Endoscopic Brow Lift กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแผลเล็ก พักฟื้นน้อย แต่ราคาใช้จ่ายก็สูงตามมาด้วย โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายอยู่ในหลักแสนเลยทีเดียว

 

 

เรียกได้ว่าศัลยกรรมยกคิ้ว คือ การทำศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่เน้นการตัดแต่งผิวหนังบริเวณคิ้วให้สูง เพื่อแก้ปัญหาความเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก คิ้ว และดวงตา ให้ดูยกกระชับมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้า โดยรวมดูอ่อนเยาว์สดใสกว่าแต่ก่อนนั่นเอง

 

 

ยกคิ้ว (Brow Lift) เป็นการรักษาที่มุ่งเน้นการยกระดับแนวคิ้วให้สูงขึ้น เพื่อให้หนังตาบนถูกยกตามขึ้นไป เป็นการเปิดพื้นที่หนังตาบนให้กว้างขึ้น เพราะหนังตาบนที่แคบหรือคิ้วต่ำนั้น เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความชรา ยกเว้นในบางรายที่เป็นพันธุกรรม นอกจากนี้คิ้วที่ยกสูงพร้อมพื้นที่ตาบนที่เปิดกว้าง ยังแสดงถึงความอ่อนเยาว์ ความสดชื่น กระฉับกระเฉง โดยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการยกคิ้วจะทำเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วสามารถยกคิ้วได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เหตุที่คนไข้ต้องการดึงคิ้วในวัยนี้ เนื่องจากต้องการมีดวงตาที่หวาน โต ตาแบ๊ว หรือตากลมโต แต่มีปัญหาของคิ้วที่แคบ มีระยะห่างของคิ้วน้อย จึงดูเป็นคนตาดุ ดังนั้น จึงต้องยกคิ้วขึ้น เพื่อให้มีระยะคิ้วที่กว้างได้สัดส่วนนั่นเอง ถือว่าการยกคิ้วไม่ได้เป็นเรื่องของการแก้ไขรอยตีนกาหรือหนังตาตก เพียงอย่างเดียวแล้วในยุคนี้

 

 

นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและออกแบบปรับแต่งรูปหน้า

ผู้บริหาร Masterpiece Clinic

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ