Haijai.com


ฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษาอาการหลั่งเร็ว


 
เปิดอ่าน 690

ฉีดโบท็อกซ์ ลดอาการหลั่งเร็ว

 

 

เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกถึงคุณสมบัติในการเสริมความงามของสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือที่เรียกกันว่าโบท็อกซ์ แต่นอกจากการนำมาใช้ในเรื่องความงามแล้ว ในขณะนี้ยังมีการนำโบท็อกซ์มาใช้รักษาโรคต่างๆ มากขึ้น ล่าสุด มีการค้นคว้าเกี่ยวกับโบท็อกซ์ว่า สามารถช่วยลดอาการหลั่งเร็วในผู้ชายได้หรือไม่ โดยหน่วยงานสาธารณะสุขแห่งชาติของอังกฤษ หรือ NSH กำลังเสาะหาผ็ชายผู้มีอาการถึงจุดสุดยอดเร็ว เพื่อนำมาทดลองในการใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อรักษาอาการหลั่งเร็ว

 

 

สารโบท็อกซ์นี้ เริ่มแรกใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ต่อมาจึงนิยมนำมาใช้ในการเสริมความงาม แต่ในขณะนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทูเลนในนิวออร์ลีนส์ได้ค้นพบว่า หนูทดลองตัวผู้ที่ถูกฉีดด้วยสารโบท็อกซ์จะสามารถ ประกอบกิจกรรมทางเพศได้นานกว่าหนูที่ไม่ได้รับการฉีด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงการรักษาแบบใหม่ในมนุษย์ ที่จะช่วยบำบัดอาการหลั่งเร็ว

 

 

หน่วยงานสาธารณะสุขแห่งชาติ ได้ให้คำนิยามของอาการหลั่งเร็วว่า จะต้องมีอาการถึงจุดสุดยอดเร็วภายใน 1 นาทีในการร่วมเพศ จากการเปรียบเทียบศึกษาถึงคู่สมรส 500 คู่ ใน 5 ประเทศ ได้พบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์นั้นคือ 5 นาที 30 วินาที และตามสถิติพบว่า ชาย 1 ใน 3 คน จะมีอาการหลั่งเร็ว และผู้ชายที่ส่วนใหญ่ที่มีอาการนี้ มักจะไม่ยอมรับว่ามีปัญหา สาเหตุของการหลั่งเร็วอาจจะมาจากความเครียด ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ความวิตกกังวล ประสบการณ์ทางเพศในอดีตที่ไม่ดี ความซึมเศร้า และอาการป่วยอื่นๆ ผู้มีอาการนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นชายที่มีอายุน้อย วิธีที่รักษาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ การกินยาลดความเครียดประเภทเซโรโทนิน (Serotonin) หรือเข้าสู่โครงการบำบัดทางเพศ

 

 

บริการสาธารณสุขแห่งชาติกำลังเสาะหาคู่สมรส 50 คู่ ในลอนดอนและเบลฟัสต์ เพื่อเข้าร่วมโรงการทดลองเป็นระยะเวลา 2 ปี โดย Aller gan ซึ่งเป็นผู้ผลิตโบท็อกซ์ ครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฉีดยาเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อที่อวัยวะเพศ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับยาหลอก (Placebo) ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการใช้ยานี้ และการรักษาดังกล่าวอาจจะทำซ้ำได้หากมีความจำเป็น เป็นที่รู้กันว่าโบท็อกซ์นั้น ช่วยลบริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งโบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่มท็อกซินนั้น เป็นสารพิษที่รุนแรงมาก หากสูดดมหรือฉีดเข้าไปในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ ในปี 2012 หน่วยงานบริการสาธารณะสุขแห่งชาติ ได้เริ่มนำโบท็อกซ์มาใช้ในการรักษาไมเกรน และหวังว่าในอนาคต ยาตัวนี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อยืดระยะเวลาการเสพสมของคู่สมรสให้มีความสุขได้

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ