Haijai.com


สัญญาณความแก่ชราจากใบหน้าส่วนล่าง


 
เปิดอ่าน 736

สัญญาณความแก่ชราจากใบหน้าส่วนล่าง Lower Face Aging

 

 

ในก่อนผมได้พูดถึงเรื่องรูป ลักษณะใบหน้าที่ทำให้คนประทับใจเมื่อแรกพบ ซึ่งมี 3 แบบใหญ่ๆ และหากสังเกตให้ดีจะพบว่าส่วนปาก และส่วนล่างของใบหน้า เป็นส่วนที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อความรู้สึกของผู้ที่พบเห็น แต่กลับเป็นส่วนที่เรามักมองข้ามไป วันนี้ผมจะอธิบายความสำคัญของใบหน้าส่วนล่างและแนวทางการรักษาครับ

 

 

สัญญาณความแก่ชราจากใบหน้าส่วนล่าง

 

ผมเคยเขียนอธิบายไว้หลายครั้งว่า เมื่ออายุมากขึ้นใบหน้าของเราจะสูญเสียปริมาตร (Volume Loss) จากส่วนเนื้อเยื่อทุกชั้น รวมถึงกระดูกที่บางและยุบตัวลง (Bone Resorption) ในขณะที่ผิวหนังชั้นบนสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ความยืดหยุ่นเสียไป ทั้งหมดนี้ทำให้ใบหน้าของเราแก่ชรา ซึ่งพบเห็นได้ชัดเจนที่สุดในส่วนใต้ตาและใบหน้าส่วนล่าง สำหรับใบหน้าส่วนล่าง ลักษณะความแก่ชราที่ปรากฏมีดังต่อไปนี้

 

 มุมปากที่ตกโค้งลง

 

 

 ร่องบริเวณมุมปาก

 

 

 ร่องบริเวณด้านข้างคาง

 

 

 ริมฝีปากที่บางลง

 

 

 คางที่สั้นลงและหดเกร็งเป็นก้อน

 

 

 เหนียงที่ยานออก และมองไม่เห็นแนวกระดูกขากรรไกร

 

 

สัญญาณเหล่านี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความรู้สึกแก่ชรา และเกิดภาพที่ไม่ประทับใจ 3 ลักษณะ คือ

 

1.ทำให้รู้สึกไม่เป็นมิตร (Unapproachable)

 

 

2.ทำให้ดูจืดชืด ไม่มีเสน่ห์ (Less distinctive)

 

 

3.ทำให้เกิดลักษณะความอ่อนแอ ไม่เป็นผู้นำ (Submissive)

 

 

แนวทางการแก้ไข

 

เราสามารถปรับแก้ลักษณะความแก่ชราที่เกิดจากใบหน้าส่วนล่างได้ ตามสาเหตุของปัญหาดังนี้คือ

 

1.การฉีดฟิลเลอร เพื่อแก้ปัญหามุมปากตก แก้ร่องมุมปาก แก้ร่องด้านข้างคาง แก้ริมฝีปากบาง และแก้กระดูกคางที่หดสั้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ในลักษณะแบบนี้เป็นการฉีดเพื่อเติมเต็มร่องที่ยุบตัว พร้อมๆ กับทำให้เกิดการยกกระชับขึ้น เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เข็มปลายทู่มาช่วยฉีด เพราะหากฉีดด้วยเข็มคมจะไม่ได้ผลในการยกมุมปาก ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ซึ่งสามารถใช้เข็มคมฉีดได้ และแพทย์ก็ควรที่จะมีประสบการณ์ในการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ เพื่อป้องกันปัญหาฉีดแล้วเป็นก้อน หรือฉีดแล้วไม่ได้ผลในการยกมุมปาก เป็นต้น

 

 

2.การใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อลดการหดเกร็งของคาง ซึ่งเป็นสาเหตุให้คางหดสั้นและยุบเป็นคลื่น นอกจากนี้เรายังสามารถใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ฉีดบริเวณมุมปาก เพื่อคลายกล้ามเนื้อมุมปาก (Depressor anguli oris muscle) กล้ามเนื้อนี้จะดึงมุมปากให้ตกลง ถ้าคลายกล้ามเนื้อนี้ก็จะทำให้มุมปากยกขึ้นนั่นเอง

 

 

3.การร้อยไหมยกกระชับ เพื่อสร้างกรอบหน้า ทำให้เห็นแนวกรามที่ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวที่ทำให้ผิวหนังตกลงมา การร้อยไหมจะช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับและได้รูปมากขึ้น

 

 

ปัญหาที่อาจพบได้จากการรักษาและแนวทางการแก้ไข

 

ปัญหาที่อาจพบได้จากการรักษา ส่วนใหญ่เกิดจากเทคนิคของแพทย์ผู้ให้การรักษาเป็นหลัก ในความเป็นจริงการรักษาบริเวณส่วนล่างของใบหน้าไม่ค่อยมีอันตรายอะไร ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรักษาส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและแก้ไขได้ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังนี้

 

1.รอยช้ำเขียว มักพบหลังการร้อยไหม ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 5-14 วัน สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ปกติพบรอยช้ำเขียวน้อยมาก แต่หากฉีดด้วยเข็มคมโดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากก็อาจพบรอยช้ำเขียวได้เช่นกัน ส่วนการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน บริเวณนี้ มักไม่พบการเขียวช้ำ

 

 

2.เป็นก้อน หรือคลำได้ก้อนหลังการฉีดฟิลเลอร์ โดยปกติสามารถพบได้ว่าเป็นก้อนเล็กๆ โดยเฉพาะเมื่อคลำ แต่ไม่ชัดและหายไปเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ ไม่มีอันตรายอะไร ยกเว้นหากแพทย์ไมชำนาญการใช้เข็มปลายทู่ฉีด ก็อาจพบว่าเป็นก้อนใหญ่ในปากหรือที่กระพุ้งแก้ม ซึ่งแสดงว่าเทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง ทำให้เข็มปลายทู่ทะลุเข้าปากไปที่กระพุ้งแก้ม กรณีนี้ต้องฉีดยาไปสลายฟิลเลอร์ออกครับ สำหรับส่วนริมฝีปากมักพบมีก้อนเวลาใช้ลิ้นดุน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และค่อยๆ หายไปเองเช่นกัน เมื่อตัวยาฟิลเลอร์เริ่มกระจายตัว โดยอาจใช้นิ้วนวดคลึงบ่อยๆ หลังการรักษาเพื่อให้ยากระจายตัวเร็วขึ้น

 

 

3.ปากเบี้ยวเวลายิ้ม ซึ่งดูน่าตกใจ แต่ความจริงไม่มีอะไรร้ายแรง เกิดจากเทคนิคการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อข้างเคียง ทำให้เวลายิ้มกล้ามเนื้อสองฝั่งทำงานไม่เท่ากัน แต่เวลาอยู่เฉยๆ จะดูปกติ อาการแบบนี้แก้ไขได้โดยฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเพิ่มลงไปอีกด้านหรือปล่อยทิ้งไว้สัก 3-4 สัปดาห์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเองครับ

 

 

4.พบมุมปากตก แก้มห้อยย้อยมากขึ้นหลังการรักษา หรือรักษาแล้วไม่ได้ผลเลย ซึ่งพบได้ทั้งหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก และร้อยไหมยกเหนียง ยกแก้ม โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก หากเทคนิคไม่ถูกต้อง อาจทำให้มุมปากห้อย และดูตกลงมากขึ้น สำหรับการร้อยไหมก็เช่นเดียวกัน แทนที่เหนียงและแก้มส่วนล่างจะยกกระชับขึ้น แต่กลับดูห้อยย้อยลง การรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีเทคนิคการรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

 

บทสรุป

 

คนส่วนใหญ่ยังมองข้ามความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความแก่ชราที่เกิดจากใบหน้าส่วนล่าง หลายๆ คนอาจไม่ทราบหรือไม่มีความรู้ทั้งๆ ที่ปัญหานี้พบได้เกือบทุกคนที่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไป การรักษาทำได้ไม่ยาก และยังมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงหลังการรักษาพบน้อย และไม่อันตราย และหากรักษากับแพทย์ที่ชำนาญ ปัญหาเหล่านี้ก็แทบไม่พบเลย ถือเป็นการลงทุนด้านความงามที่คุ้มค่า เพราะให้ผลการรักษาที่ชัดเจนในขณะที่มีความเสี่ยงต่ำ

 

 

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ

ผู้อำนวยการนานาชาติ สมาคมแพทย์เกาหลี

ผู้อำนวยการ AIC ศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ