Haijai.com


อยากขาวอยากมีผิวขาวสวย


 
เปิดอ่าน 1738

เรื่องของคนอยากขาว

 

 

ใครไม่เกิดมาผิวคล้ำ ก็คงไม่เข้าใจหัวอกคนผิวสี แม้กระทั่งคำเปรียบเปรยจากโบร่ำโบราณว่า รูปชั่วตัวดำ ก็ช่างเสียดแทงหัวใจของคนเกิดมามีสีผิวคล้ำเสียนี่กระไร ใครมีผิวสีคล้ำดำจะถูกมองภาพว่า อยู่บ้านนอกคอกนา ทำงานตรากตำเกี่ยวข้าวเลี้ยงควาย จนผิวคล้ำ คนผิวขาวเท่านั้น จึงจะหมายถึงคนที่มั่งมี มีชีวิตอยู่ในร่ม

 

 

รสนิยมทางความคิดแบบนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะในประเศไทย ในอดีตของแถบประเทศยุโรปและอเมริกาคนผิวขาวมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ขาวคือความดี ดำคือสิ่งไม่ดี โดยไม่มีตรงกลาง คนขาวจะได้รับโอกาสที่ดีทางสังคมทุกด้าน ส่วนคนดำถูกมองเป็นทาส คนชั้นต่ำกว่าไร้การศึกษา การเหยียดผิวจึงเป็นเรื่องใหญ่ จนเป็นต้นเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองในประเทศใหญ่ๆ มาแล้ว ค่านิยมเหยียดสีผิวดำ เช่น ในผิวนิโกร ยังลามมาถึงผิวคนที่ไม่ได้ขาวสนิท เช่น ผิวขาวเหลืองอย่างคนในเอเชีย การเหยียดผิวจึงกลายเป็นวงกว้างในสมัยก่อน สมัยหมอเองก็ยังทัน ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในประเทศอเมริกา เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน เนื่องจากเมืองที่อยู่เป็นเมืองใหญ่ เมืองผู้ดี จึงยังพอได้เห็นได้สัมผัสการเหยียดผิวในสังคมอเมริกา

 

 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนเวลาเปลี่ยนไป ค่านิยมเหยียดผิวเริ่มจางหายไปในคนเจนฯ ใหม่ๆ คนผิวคล้ำหรือคนผิวสีที่เรียกว่า Skin of Color ได้รับการยอมรับและไม่ได้ถูกมองว่าชั้นต่ำเหมือนสมัยก่อน ต้องขอบคุณนักดีไซเนอร์แบรนด์ดังชาวฝรั่งเศส “โคโค ชาแนล” ที่ได้ช่วยลุกขึ้นมาปฏิวติความคิดของผู้คน นำเอานางแบบผิวสีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ นำเสนอเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับหรูราคาแพง ยังช่วยส่งผลให้ความรู้สึกนึกคิดของคนเปลี่ยนไป และยอมรับคนผิวสีกันมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าผู้ที่มีผิวสีแทนนั้น คือผู้ที่มีสุขภาพดีได้ออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างสม่ำเสมอ และแสดงถึงความมั่งมี ส่วนคนผิวขาวกลายเป็นคนที่ดูซีดเซียวอมโรค ถึงกระนั้นก็ดี กว่านางงามผิวดำจะได้รับการยอมรับในความงามระดับโลก MISS WORLD ยังอาศัยเวลานานไม่ใช่น้อย ในปี 2001 โลกเราจึงมีสาวงามที่สุดในโลกที่เป็นแอฟริกันผิวดำคนแรก นั่นแสดงให้เห็นถึงความจริงของสังคมที่รสนิยมชอบความขาวยังคงแอบแฝงอยู่ กระแสความอยากขาวของคน จึงไม่ได้หายไปไหน ดูเหมือนจะกลายเป็นค่านิยมตลอดกาล โดยเฉพาะในคนเอเชีย เครื่องสำอางไวท์เทนนิ่ง เทคโนโลยีทำให้ขาวทั้งหลาย เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีและขาดไม่ได้ในแถบเอเชีย บวกกับอิทธิพลลัทธิคนคลั่งขาว ที่มาจากอิทธิพลแถบเพื่อนบ้านเมืองกิมจิ ที่มีผลต่อวัยรุ่นคนไทยเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ผิวหน้าผิวกายต้องขาวใสเป็นยองใย ยังรวมไปถึงจุดซ้อนเร้นต่างๆ ปลุกระแสด้วยดาราทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้มีการขายผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผิว เพิ่มความขาวกันอย่างดาษดื่น ทั้งกินทั้งทาทั้งดื่ม ทั้งแบบลอกผิว มีทั้งขาว และไม่ขาวแถมยังกลายเป็นด่างถาวรก็มี ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจทำเงินตลอดกาล

 

 

จะว่าไปแล้วเรื่องของสีผิวจะเปลี่ยนเชื้อชาติเปลี่ยนพันธุ์กัน แค่ใช้ยาบลีชสีไม่ใช่เรื่องง่าย ผิวคนไม่ใช่สีผ้า จะใช้ไฮเตอร์กัดสีก็คงกระไรอยู่ สีผิวที่แตกต่างกันของคนเกิดจากการผสมสีของทั้งเม็ดสีเมลานินใต้ผิว ปริมาณของออกซิเจนในกระแสเลือดและสารสีเหลืองของเม็ดสีแคโรทีน ใครออกกำลังกายมากสุขภาพดี มีออกซิเจนในเลือดเยอะ สีผิวก็จะมีสีขาวอมชมพู ใครเอาแต่นอนดึกกินเหล้าสูบบุหรี่ สารอนุมูลอิสระเยอะ เม็ดสีมีออกซิเจนน้อย เลือดออกไปขาวดำเขียว ผิวพรรณก็จะดูคล้ำเขียวไม่สดใส ส่วนถ้าอยากผิวสวยขาวอมเหลืองก็ต้องกินแบต้าแคโรทีนที่มีมากในแครอท ผลไม้สีส้มเหลือง เช่น มะละกอ ฟักทอง สีผิวก็จะนวลสวย ได้ทั้งสุขภาพดีและผิวพรรณที่สวยงาม แต่ถ้าอยากพึ่งเทคโนโลยีให้ผิวขาวสวย ต้องเข้าใจและเลือกใช้ให้ถูก ขาวก็ต้องขาวเนียนใส ไม่ใช่ขาวกระดำกระด่างแถมด้วยมะเร็งผิวหนัง ขาวสวยฉาบฉวยแบบทิ้งท้ายอย่างนี้ใครจะเอา อยากขาวสวยแบบปลอดภัย ลองดูความจริงของกระแสเทรนด์ความอยากที่มีในปัจจุบัน ดังนี้ค่ะ

 

 

1.ฉีดกลูต้า

 

กระฮิตขาวแบบไม่ตก ที่ได้รับการแจ้งเตือนโดย อย. ในหลายประเทศในทางการแพทย์กลูต้าไธโอน คือ สารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ทุกเซลล์ผลิตขึ้นเองโดยธรรมชาติ ในการต่อต้านทำลายสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น ซึ่งสารอนุมูลอิสระนี้ นอกจากจะเป็นสาเหตุให้คนเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ และทำให้แก่เร็วแล้ว ยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน หากมีสารอนุมูลอิสระเกิดขึ้นมากเกินไปในร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นที่ทำหน้าที่ในการขจัดขยะสารอนุมูลอิสระ ก็จะไม่พอเพียงกับการใช้งาน ก่อให้เกิดการทำลายเซลล์ในที่สุด ทางการแพทย์กลูต้าไธโอนถูกนำมาใช้ในการลดผลข้างเคียงจากากรทำลายเซลล์ประสาท จากการให้คีโมเทอราปีในคนไข้โรคมะเร็ง และมีการนำมารักษาในโรคอื่นๆ เช่น อัลไซเมอร์ พากินสัน โรคตับอักเสบ เป็นต้น การฉีดเข้าหลอดเลือดำในผู้ป่วยเหล่านี้ พบว่ามีผลข้างเคียงคือ ผิวของผู้ป่วยจะขาวขึ้น เนื่องจากสารกลูต้าไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ที่เปลี่ยนสีผิวทำให้เม็ดสีน้ำตาลดำ เปลี่ยนเป็นเม็ดสีขาวอมชมพูเพิ่มขึ้น ประเด็นสำคัญ คือ การฉีดกลูต้าไธโอนเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อให้ผิวขาวนั้น เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นชั่วคราว หากต้องการให้คงอยู่ตลอดไป ต้องมีการฉีดที่เป็นระยะยาวนานตลอดไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาระยะยาวได้ ผลเสียของการใช้กลูต้าไธโอนอย่างไม่ถูกต้อง มีได้หลายประการตั้งแต่

 

 สารกลูต้าไธโอนไม่บริสุทธิ์ มีการนำสารที่ผลิตไม่ถูกต้องมีราคาถูก โดยเฉพาะสารกลูต้าไธโอนที่ขายอยู่ตามอินเตอร์เน็ต มาใช้ฉีดเข้าไปในเลือดดำ จึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ในแถบเอเชียและประเทศไทย พบว่ากลูต้าไธโอนที่ใช้ฉีดเป็นของลอกเลียนแบบไม่ได้มาตรฐาน โดยเพียงติดแถบพลาสติกปิดที่ข้างขวดปลอมแปลงแหล่งผลิตว่า มาจากโรงงานยาที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีต้นทุนยาราคาสูงกว่ามาก ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความบริสุทธิ์ของยา ทำให้ตับและไตทำงานหนัก การทำงานของร่างกายในระบบต่างๆ ผิดปกติ เกิดปัญหาเมื่อใช้ระยะยาวและอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

 

 ปริมาณของสารที่ใช้ เป็นที่น่าวิตกที่ปริมาณการใช้ยาฉีดนี้ ถูกใช้ในปริมาณมากกว่าขนาดปกติที่ใช้ถึงหลายเท่าตัว มีการแนะนำให้ฉีดอาทิตย์ละหลายๆ ครั้ง อาจทำให้ปริมาณของเม็ดสีลดลงมากเกินไป เม็ดสีผิวคือสิ่งที่ธรรมชาติสรรสร้างความแข็งแรงของผิวหนัง ให้กับมนุษย์ คนผิวสีคล้ำหรือคนเอเชียจึงมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังน้อยกว่า คนผิวขาวอย่างมาก เพราะเม็ดสีผิวเมลานินเปรียบเสมือนเกราะปราการป้องกันอันตรายจากแสงแดดตามธรรมชาติ เม็ดสีเมลานินที่ลดลงก็อาจทำให้ภูมิต้านผิวลดลง ระคายเคืองแพ้แสงได้ง่ายขึ้น เป็นต้อกระจกหรือเกิดความเสื่อมของตาได้ง่ายขึ้น

 

 

 สารผสม ปัญหาที่พบในการฉีดกลูต้าไธโอนเข้าหลอดเลือดดำอีกอย่างหนึ่ง คือ การผสมสารอื่นๆ เพื่อช่วยให้ขาวมากขึ้น มีการผสมสารที่ช่วยให้มีการดูดซึมกลูต้าไธโอนมากขึ้น เช่น วิตามินซี กรดอัลฟาไลโปอิก และยังพบว่ามีการผสมสารอื่นๆ อีก ที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ทำให้มีการทำงานของตับเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดอาการของตับวายได้

 

 

 การฉีดยาเข้าทางหลอดเลือด ซึ่งเป็นขบวนการที่ควรทำด้วยพยาบาลวิชาชีพที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากสารละลายที่เข้าไปทางหลอดเลือดดำ สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้โดยง่าย โดยเฉพาะเรื่องของเทคนิคและความสะอาด ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสจากเทคนิคไม่ปลอดเชื้อ หรือใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่ไม่สะอาดไม่ได้มาตรฐาน ฟองอากาศในสายน้ำเกลือมากเกินไป การได้รับยาในปริมาณที่เร็วเกินไป ไม่มีการควบคุมอัตราการให้ยาที่ถูกต้องสำหรับสารแต่ละชนิด และตามสุขภาพร่างกายของแต่ละคน

 

 

นอกเหนือจากการฉีดกลูต้าไธโอนเข้าทางหลอดเลือดดำ ผลิตภัณฑ์ของกลูต้าไธโอนที่อยู่ในรูปยาเม็ด หรือผงละลายน้ำสำหรับรับประทาน พบว่าสามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหาร การได้รับในรูปแบบยารับประทาน จึงได้ผลน้อยและไม่เป็นอันตราย มีรายงานการศึกษาผลของกลูต้าไธโอนต่อผิวหนังในขนาด 500 mg ต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ สามารถช่วยให้สีผิวอ่อนลงได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง จึงเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งในการมีสีผิวที่อ่อนลง ขณะที่ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ กลูต้าไธโอนถูกสร้างมากขึ้นเมื่อออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ยังช่วยให้การขจัดสารพิษออกจากร่างกายดีขึ้น และช่วยลดสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้ดีขึ้น ผิวจึงขาวเนียนใสได้ตามธรรมชาติ ช่วยประหยัดสตางค์ในกระเป๋าอีกด้วย

 

 

2.การลอกสีผิว

 

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลอกผิวขาวได้อย่างปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยที่สุด คือ กรดผลไม้ กรดอื่นๆ เช่น ซาลิไซลิก กรดวิตามิน กรดแลคติก กรดไตรคลออะซิติก (TCA) เหล่านี้มีผลข้างเคียงได้มากกว่า หลังทำผิวจะมีการลอกแสบแดง และทำให้ผิวระคายเคืองมากกว่า อย่างไรก็ดีการลอกผิวด้วยสารเคมีเหล่านี้ ควรทำโดยแพทย์เท่านั้น การใช้สารเคมีลอกผิวเป้นประจำนานๆ หรอืถี่มากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังระคายเคืองไวต่อแสงมากขึ้น ส่วนสารที่ไม่ควรนำมาใช แต่มีการขายอยู่ตามอินเตอร์เน็ต ได้แก่ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือครีมเปลี่ยนสีผิว ที่มีการใช้ในการกัดสีขนตามแขนขา ให้เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำตาลหรือสีทอง ซึ่งมีราคาถูก ใช้แล้วเห็นผลเร็ว หาซื้อง่าย ทั้งร้านเสริมสวย ตลาดนัด และตามอินเตอร์เน็ต โดยมีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ล้างแผลในแผลเรื้อรัง แผลลึก แผลสกปรกทางการแพทย์ แต่สารนี้มีฤทธิ์ทำลายผิว กัดเนื้อเยื่อ มีฤทธิ์กัดกร่อนระคายเคืองสูง เมื่อนำมาใช้กับผิวโดยตรง จะทำให้ผิวชั้นนอกลอกออกและขาวขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงระยะยาวได้อย่างมาก เมื่อความแข็งแรงของผิวที่เป็นเกราะป้องกันของธรรมชาติเสียไป เม็ดสีที่ถูกกัดออกไปหรือสารเม็ดสีน้อยลง ผิวจะบางลง ระคายเคืองง่าย แพ้แดดง่าย เกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย และอาจเกิดปัญหาเนื้องอกผิวหนัง และมะเร็งผิวหนังได้ง่ายขึ้น จึงไม่ควรใช้สารนี้ในการลอกผิวเพื่อผิวขาว คุณอาจได้ของแถมที่คุณไม่ต้องการอย่างถาวรในอนาคต

 

 

3.นวัตกรรมการใช้เลเซอร์ในการปรับสีผิว

 

เลเซอร์เทคโนโลยีที่ใช้ในการลดความผิดปกติของเม็ดสี สมารถใช้ได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ให้มีการใช้อย่างถูกต้อง เลเซอร์ที่ใช้ปรับสีผิวให้ขาวขึ้นมีได้หลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มที่มีความจำเพาะต่อการทำลายเม็ดสี เลเซอร์ที่ใช้ในการปรับสภาพผิว ผลัดผิวเก่าให้มีการสร้างผิวใหม่ ที่จะมีความนุ่มเนียนใสกว่าเดิม หรือการใช้แสงเข้มข้นในการกำจัดสีที่กระดำกระด่างให้ผิวขาวเนียนสว่างใสมากขึ้น แต่การใช้นวัตกรรมเหล่านี้มีข้อจำกัดและมีผลข้างเคียง ก่อนที่จะรักษาควรศึกษาข้อมูล สอบถามวิธีการดูแลจากแพทย์และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับผิวของคุณ

 

 

อยากผิวเนียนใสแบบปลอดภัย ไร้กังวล กลับมาใช้วิธีดูแลสุขภาพกันดีกว่า ด้วยการรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น งดชา กาแฟ งดอาหารแปรรูป ลดอาหารอักเสบ งดดื่มเหล้าสูบบุหรี่ที่เพิ่มสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่าได้ขจัดขยะและสารพิษ ออกกำลังกายเพิ่มออกซิเจนในเลือด ปรับสมดุลเมตาบอลิซึมของร่างกาย และช่วยขับของเสีย อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยปัจจัยที่กระตุ้นเม็ดสี เช่น ความเครียด การนอนดึก การออกแดดในช่วงกลางวัน ปกป้องผิวโดยใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงที่เหมาะกับสภาพผิว และการใช้งานของคุณ เท่านี้ผิวคุณก็สวยขาวได้แบบไม่เสี่ยง เลี่ยงปัญหาระยะยาวให้คุณสวยนานและปลอดภัย

 

 

เลือกทำสวยวิธีไหน ส่งคำถามที่คุณอยากรู้มาที่ Line ID : dr.atchima ให้คุณสวยแบบยั่งยืนตลอดกาลค่ะ

 

 

แพทย์หญิงอัจจิมา สุวรรณจินดา

Line ID : dr.atchima

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ