Haijai.com


เต้านมแข็งเป็นแคปซูล ผลข้างเคียงการเสริมเต้านม


 
เปิดอ่าน 4542

หายนะหลังเสริมเต้านม

 

 

สาวแท้สาวเทียมที่คิดอยากจะทำศัลยกรรมอัพไซส์ให้หน้าอกฟังทางนี้ นอกจากซีซีซึ่งเป็นผลลัพธ์ในด้านดีที่คุณจะอยากได้เพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังต้องนึกถึงผลข้างเคียง “เต้าแข็งเป็นแคปซูล” ที่จะตามมาด้วย ปัจจุบันการทำศัลยกรรมผ่าตัดเสริมเต้านมนั้น เป็นการผ่าตัดเพื่อความงามที่ทำได้ง่าย สะดวก และใช้เวลาพักฟื้นน้อย เนื่องด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยี หรือเครื่องมือที่ช่วยทำให้การผ่าตัดนั้นมีการบาดเจ็บน้อย คนไขฟื้นตัวเร็ว และแพทย์ที่มีเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดมากขึ้น จึงทำให้การทำศัลยกรรมเสริมเต้านมเป็นที่นิยมจนกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว

 

 

การเสริมเต้านมเพื่อให้ออกมาดูสวยงามและเป็นธรรมชาตินั้น ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ทั้งวัสดุที่ใช้เสริม ความชำนาญต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างประกอบนั้น ทั้งวัสดุที่ใช้เสริม ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เครื่องมือทางการแพทย์ และสถานพยาบาลของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เครื่องมือทางการแพทย์ และสถานพยาบาล รวมทั้งการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัดของคนไข้ เมื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้ร่วมกันแล้ว ก็จะทำให้ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดออกมาเป็นที่น่าพอใจ และในที่นี้เราจะมาพูดกันถึงผลข้างเคียงอย่างหนึ่งจากการเสริมเต้านม ซึ่งทั้งสาวแท้แลสาวเทียมค่อนข้างจะเป็นกังวลกันมาก่อนเสริม นั่นก็คือ เต้านมแข็งเป็นแคปซูล

 

 

 เต้าแคปซูลเกิดจากอะไร

 

สาเหตุของเต้าแคปซูลเกิดจากการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกมาโดยตรงสำหรับคนที่ดูแลตัวเองไม่ดี เช่น อาจจะนวดแรงเกินไป ใช้งานมากจนเกินไป ก็อาจทำให้เกิดการรัดตัวของซิลิโคนมากเกินไป หรือเรียกว่ามีการเกิดพังผืดตรงบริเวณซิลิโคนมากกว่าปกติ หรือบางคนที่มีการติดเชื้อหลังผ่าตัด โอกาสเกิดพังผืดหดรัดก็จะมีมากขึ้น จนทำให้รู้สึกแข็งตรงบริเวณหน้าอกที่เสริมมา ไม่นิ่มเหมือนกับตอนแรกๆ ที่หลังผ่าตัด และอาจทำให้รูปร่างของถุงซิลิโคนเจลบิดเบี้ยวผิดปกติไปด้วย ยิ่งถ้ามีการหดรัดมากขึ้น พังผืดจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง จนเห็นได้ชัดจากภายนอก แม้ไม่ได้สัมผัส ซึ่งการแข็งก็จะมีตั้งแต่แข็งเป็นก้อนอย่างชัดเจน หรืออาจจะยังไม่รู้สึกชัดเจนเท่าไหร่ แต่จะมีอาการเจ็บตรงบริเวณที่เสริม ในคนที่ดูแลดีหน้าอกจะนิ่มจนคลำดูไม่รู้ว่าไปเสริมมา สำหรับบางคนที่เคยผ่านการทำศัลยกรรมเสริมเต้านมมาบ่อย จะมีโอกาสเกิดการแข็งได้ง่าย ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านการเสริมหน้าอกจะมีพังผืดห่อหุ้ม ในภาษาแพทย์เรียกว่า Fibrosis เป็นคอลลาเจนที่หนามากกว่าปกติ ที่มาหุ้มซิลิโคน ซึ่งคนที่เสริมหน้าอกต้องเจอ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการดูแล และการปฏิบัติตัวของคนไข้แต่ละคน

 

 

 อาการของการเกิดเต้าแคปซูล

 

อาการเต้าแคปซูลไม่ได้มีโดยทันทีหลังการเสริมเต้า แต่จะเริ่มเป็นได้ในช่วงระยะเวลาหลังทำตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เพราะเป็นการสะสมความหนาของพังผืดไปเรื่อยๆ อาการแรกที่คนไข้จะสังเกตได้คือจะรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก มีการแบ่งเกรดตามระยะที่มีอาการ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ

 

ระยะที่ 1 เป็นระยะอาการเริ่มต้น ดูเป็นธรรมชาติ

 

ระยะที่ 2 เต้านมจะแข็งเล็กน้อย แต่ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่

 

ระยะที่ 3 เริ่มมีอาการเต้านมแข็งขึ้น และเริ่มมีรูปร่างของหน้าอกที่ผิดรูป

 

ระยะที่ 4 มีอาการเจ็บมาก และหน้าอกแข็งเหมือนก้อนหิน จนรู้สึกได้

 

 

นอกจากนี้ ในบางครั้งก็จะมีความผิดรูป เช่น การเกิดสูงต่ำไม่เท่ากันของเต้านม จนดูไม่เป็นธรรมชาติร่วมด้วย และอาการเต้าแข็งนี้อาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ เพราะเวลามีพังผืดมารัดรอบซิลิโคนมากๆ การให้นมบุตรก็จะทำให้ยากขึ้น เพราะการเสริมเต้านมจะเป็นการเสริมเหนือกล้ามเนื้อ โดยมีการดนท่อน้ำนมบางส่วนด้วย

 

 

 แนวทางการแพ้ไขเต้าแข็งเป็นแคปซูล

 

การผ่าตัดแก้ไขพังผืดจะทำโดยเปิดแผลใต้ราวนมหรือหัวราวนมจะง่ายที่สุด บางครั้งอาจทำโดยการเปิดแผลที่รักแร้ได้ แต่ค่อนข้างยากและต้องใช้กล้องผ่าตัดเสริมด้วย วิธีการแก้ไขทำได้โดย ผ่าตัดแก้ไขพังผืด (Open Capsulotomy) โดยผ่าตัด เข้าไปในแคปซูลและเปิดขยายโพรงผ่านพังผืดเดิม เป็นการขยายช่องว่างกว้างขึ้น แต่ไม่ได้ผ่าตัดเอาเนื้อพังผืดออก อีกวิธีหนึ่งคือการเลาะพังผืดออก (Open Copsuhectomy) เป็นการผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดออกเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีที่สุด แต่การผ่าตัดใช้เวลาค่อนข้างนาน ส่วนในกรณีที่พังผืดเยอะมากหรือหน้าอกแข็งมาก จะแก้ไขโดยการผ่าตัดเอาซิลิโคนออกและพักฟื้นสักระยะ แล้วค่อยกลับมาใส่ใหม่

 

 

การทิ้งระยะเวลาดังกล่าว เพื่อให้พังผืดนิ่มขึ้นและค่อยๆ หายไป เนื่องจากพังผืดเหล่านี้มาจากเนื้อเยื่อภายในร่างกายของเรา หากพังผืดบริเวณนี้เริ่มนิ่มก็สามารถเสริมเต้านมตามปกติ หรือบางกรณีที่เป็นน้อยก็อาจจะสามารถเสริมซิลิโคนอันใหม่เข้าไปได้เลย แต่ในกรณีที่เป็นเยอะและอยากใส่อันใหม่เข้าไปทันที ก็ต้องมีการผ่าตัดเลาะเอาพังผืดออก แล้วทำการขยายโพรงให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งการใส่ซิลิโคนอันใหม่เข้าไปทันทีนั้น ก็จะมีโอกาสกลับมาเป็นเต้าแคปซูลซ้ำอีกได้เช่นกัน ทั้งนี้แต่ละคนจะมีอาการรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ส่วนมาแพทย์จะเลือกทำการแก้ไขเป็นกรณีๆ ไป โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในระหว่างผ่าตัด คือ เลือดจะออกเยอะกว่าตอนที่เสริมหน้าอกครั้งแรก รองลงมาก็คือปัญหาที่เกิดจากการเลาะโพรงได้ไม่ดี ขยายโพรงได้ไม่เต็มที่ ซึ่งจะเกิดกับกรณีที่หน้าอกมีอาการแข็งเป็นก้อนจนดูไม่เป็นธรรมชาติแล้ว

 

 

ผลข้างเคียงหลังผ่าตัด คือ อาจจะมีอาการแข็งเป็นบางตำแหน่งของหน้าอก และมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง ซึ่งในกรณีหลังพบบ่อยมาก ดังนั้น คนไข้จึงต้องมีการดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ เช่น การนวดหน้าอก โดยจะต้องไม่นวดแรงจนเกินไป เพราะส่วนใหญ่แล้วการผ่าตัดแก้ไขเต้านมแข็งเป็นแคปซูล ส่วนใหญ่ เนื้อเยื่อจะเริ่มบอบช้ำมาตั้งแต่ศัลยกรรมมาครั้งแรกแล้ว ซึ่งการดูแลรักษาก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาการบอบช้ำหรือระดับคามรุนแรงของแต่ละคน การเข้าไปเลาะโพรงใหม่ก็จะแตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่มักจะต้องเลาะออกมากกว่าการผ่าตัด ซึ่งจะมีอาการเจ็บ ช้ำ บวมเขียวได้ค่อนข้างเยอะกว่าและหลายคนมักจะมีข้อสงสัยว่า หากทำการรักษาช้าจะลุกลามหรือไม่ ปัญหาเต้าแข็งนั้น จะไม่มีการลุกลามไปเป็นโรคใหม่ หรือกลายเป็นก้อนมะเร็ง เพราะเกิดจากพังผืดที่อยู่รอบซิลิโคน ซึ่งซิลิโคนคือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปอยู่ในร่างกาย ร่างกายจะทำการต่อต้านว่าสิ่งนี้ คือ สิ่งแปลกปลอม และจะสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาห่อหุ้ม เพื่อป้องกันไม่ให้มันกระจายไปยังส่วนอื่น แต่หากทำการรักษาช้าก็จะทำให้เต้านมยิ่งดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ คนไข้จะรู้สึกเจ็บ และเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมา

 

 

อายุของซิลิโคนเสริมหน้าอก

 

โดยส่วนใหญ่ซิลิโคนที่ดีจะการันตีอยู่แล้วว่าไม่รั่ว ไม่แตก ไม่ซึม ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของซิลิโคน ซึ่งที่แพทย์เลือกใช้จะเป็น Medical grade หรือซิลิโคนที่ใช้เฉพาะทางการแพทย์ คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายค่อนข้างน้อย มีการรับรองว่าไม่เป็นตัวกระตุ้นทำให้กลายเป็นมะเร็ง และสามารถตรวจ Mammogram (การตรวจหามะเร็งเต้านม) ได้ตามปกติ ซึ่งสิ่งกระตุ้นอย่างอื่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อซิลิโคนเช่นกัน เช่น การดูดบุหรี่ กินของหมักดอง เป็นต้น แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ก็จะมีการศึกษามาพอสมควรแล้ว บ้างว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดผลเสียผลดีอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็ควรจะมีการตรวจเช็คมะเร็งเต้านม และมีการดูแลที่ดีควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ บางคนที่เสริมไปแล้ว อายุของซิลิโคนก็สามารถอยู่ได้นานถึง 10-15 ปี

 

 

การเป็นเต้าแคปซูลนั้นไม่เกี่ยวกับเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่อยากเสริมให้ดูหญิงขึ้น หรือผู้ชายที่อยากสวยเต็มแบบร่างผู้หญิง ก็มีโอกาสเป็นได้เท่าๆ กัน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการผ่านการทำศัลยกรรมมามากน้อยขนาดไหนด้วย เพราะยิ่งทำมาก เนื้อเยื่อส่วนนั้นๆ ก็จะต้องบอบช้ำไปตามสภาพไม่มีใครรู้ความผิดปกติของร่างกายได้ไวเท่าตัวเราเองนะคะ

 

 

อย่างไรก็ตามในการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกปัจจุบันมีเทคโนโลยีเครื่องมือที่ปลอดภัย แผลเล็ก พักฟื้นระยะสั้น ความผิดพลาดเกิดน้อยกว่าแต่ก่อน แต่กระนั้นควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดตั้งแต่ความชำนาญของศัลยแพทย์ มาตรฐานของสถานที่ทำการผ่าตัด วัสดุซิลิโนที่ผ่านมาตรฐาน อย. รวมถึงการดูแลหลังทำศัลยกรรมจะต้องดูแลอย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาตามมา ซึ่งการแก้ไขเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่าย

 

 

สำหรับคนที่ผ่านการเสริมหน้าอกทุกคน จะเกิดพังผืดบริเวณรอบซิลิโคนเป็นปกติอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะมีปริมาณมากน้อยขนาดไหน ซึ่งระดับความรุนแรงจะมาจากการดูแลหรือการนวดหลังจากผ่าตัดเป็นปัจจัยหลัก อย่างที่ได้กล่าวไปแล้งข้างต้นว่า เต้าแคปซูลไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากทำ แต่จะมีอาการให้เห็นหลังจากทำไปแล้วประมาณ 5 ปีขึ้นไป ดังนั้นควรมีการดูแลที่ดี ควรนวดอย่างสม่ำเสมอ อย่าใช้งานหนักจนเกินไป แต่หากเกิดเป็นเต้าแคปซูลขึ้นมาแล้ว วิธีที่ดีที่สุดก็คือการผ่าเอาซิลิโคนออก แล้วพักฟื้นหน้าอกก่อนที่จะเสริมในครั้งต่อไปค่ะ

 

 

พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย

ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ผู้อำนวยการบริหาร The Sib Clinic

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ