Haijai.com


เครื่องมือลดไขมัน เซลลูไลท์


 
เปิดอ่าน 901

กำจัดว้ายร้าย เซลลูไลท์

 

 

เซลลูไลท์ เซลลูไลท์ เซลลูไลท์ เป็นคำที่คงรบกวนจิตใจและสร้างปัญหาด้านความสวยงามให้กับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ที่เห็นผิวไม่เรียบเนียน เป็นคลื่น เหมือนเปลือกส้ม อดนุ่งสั้นอวดผิว ซึ่งไม่ใช่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่การเกิดเซลลูไลท์นั้น ยังส่งผลเสียต่อการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง และการขจัดของเสียภายในร่างกาย ทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์ใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพ และเสียความยืดหยุ่นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังอาจเป็นสาเหตุของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอัมพาตได้ด้วย เมื่อทราบแล้วคุณผู้หญิงทั้งหลายอย่าเพิ่งกังวลไป เพราะนวัตกรรมต่างๆ ต่อไปนี้ พร้อมที่จะช่วยให้คุณอวดผิวเนียนท้าสายตาใครต่อใครได้อย่างมั่นใจเลยล่ะ

 

 

วายร้ายเซลลูไลท์เกิดจากอะไร

 

เซลลูไลท์ เป็นลักษณะของเซลล์ไขมัน ที่สะสมอยู่ชั้นบนของผิวหนัง ทำให้ผนังหุ้มเซลล์เกิดการบิดเบี้ยวและดึงรั้ง ก่อให้ผิวมีลักษณะเหมือนคลื่นกระจาย ขรุขระ ไม่เรียบเนียน ซึ่งที่เห็นว่าผิวหนังบุ๋มนั้น เกิดจากการมีเนื้อเยื่อพังผืดไปดึงบริเวณนั้นมากกว่าปกติ และที่ผิวหนังนูนขึ้นมา เกิดจากกระเปาะของไขมันที่อยู่ชั้นใต้ผิว โดยมักจะพบอาการเหล่านี้บริเวณต้นขา ต้นแขน หน้าท้อง สะโพกและก้น ที่สำคัญเซลลูไลท์ยังเกี่ยวพันกับอายุที่มากขึ้น ความอ้วน รูปร่างของเส้นใยคอลลาเจนที่ยึดไขมัน เพศ ระบบการไหลเวียนของเลือดตรงชั้นไขมันใต้ผิว กรรมพันธุ์ และอาหารที่รับประทาน ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

 

 

คนผอมมีเซลลูไลท์หรือไม่

 

หลายคนคงจะคิดผิดว่าเซลลูไลท์ จะเกิดจากคนที่มีรูปร่างอ้วนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเซลลูไลท์สามารถเกิดได้ทั้งคนอ้วนและคนผอม ที่สำคัญเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอีกด้วย เซลลูไลท์มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ในส่วนหนึ่ง และมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หรือสุขภาพของเราเองเป็นส่วนใหญ่ เช่น การรับประทานอาหารระบบย่อยอาหาร ฮฮร์โมน ความเครียด การสูบบุหรี่ การรับประทนยาบางชนิด หรือแม้แต่การดื่มน้ำน้อยก็ทำให้ระบบขับของเสียไม่ดี โดยปกติแล้วเราจะพบเซลลูไลท์ได้ที่บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพกและหลัง โดยเซลลูไลท์ไขมันในร่างกายของคนเราแบ่งเป็น 2 ส่วน

 

 ส่วนที่ 1 คือ ไขมันที่อยู่ตามอวัยวะภายในช่องท้อง (Visceral Fat)

 

 

 ส่วนที่ 2 คือ ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง โดยคนผอมมักจะเกิดไขมันส่วนเกินที่อยู่ใต้ผิวหนัง

 

 

สำหรับการแก้ปัญหาด้วยวิธีลดน้ำหนักนั้น ไม่สามารถแก้ไขได้เสมอไป เพราะช่วยลดแต่ปริมาณไขมันบริเวณชั้นกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ลดการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนังแท้หรือเซลลูไลท์ไปด้วย ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังหย่อนยานลงด้วย ดังนั้น หากต้องการลดเซลลูไลท์ให้ได้ผล ต้องลดน้ำหนักลงอย่างมากและถูกวิธี

 

 

วิธีการกำจัดเซลลูไลท์

 

คงต้องยอมรับและเลิกโทษสิ่งรอบข้าง หากเซลลูไลท์เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ควรหันมาดูแลรักษาตนเอง ซึ่งมีวิธีมากมายทั้งจากธรรมชาติ ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารจำพวกแป้ง ของทอด น้ำตาล และอีกหนึ่งตัวช่วยนั้นก็คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความล้ำหน้า ถึงแม้ในปัจจุบัน จะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ ก็ช่วยในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน โดยวิวัฒนาการของการรักษาเซลลูไลท์ เริ่มมาตั้งแต่ปี 1970 ด้วยเครื่อง Endermology เป็นการใช้เครื่องนวดระบบสุญญากาศมาช่วย ในการกำจัดเซลลูไลท์ ซึ่งได้ผลพอสมควร ต่อมาในปี 1990 มีการใช้ครีมกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด (Aminophyline) เพราะมีส่วนผสมของสารที่ใช้ขยายหลอดเลือด จนปี 1992 การดูดไขมัน (Liposuction) ได้รับการนิยมอย่างมาก แต่ผลที่ได้ไม่มีความแน่นอน ต่อมาใช้การศัลยกรรม ด้วยการใช้เข็มที่เป็นใบมีด เข้าไปตัดพังผืด (Subsition) ปรากฏว่าได้ผลดีทีเดียว แต่ทำได้ยากในพื้นที่กว้าง และยังผลข้างเคียงเป็นรอยเขียวช้ำจำนวนมากด้วย ต่อมาจึงพัฒนาการเป็นการฉีดยาเข้าไป (Mesothrapy) โดยใช้ตัวยาเป็นสารละลายไขมัน Phosphatidyl Choline + Deoxycholate ถือว่าได้ผลพอสมควร และด้วยความที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างรุดหน้า จึงเกิดเครื่องมือสำหรับกำจัดเซลลูไลท์เจ้าปัญหาจำนวนมาก โดยหลักการทำงานส่วนใหญ่จะเน้นการทำให้ผิวตึง แก้ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ซึ่งจะมาเจาะลึกเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับสาวๆ เลือกใช้บริการกัน

 

1.Tri active

 

การรวมเอาพลังงานทั้ง 3 อย่างมารวมไว้ในเครื่องเดียว คือ ระบบปล่อยความเย็น (Localizer refrigeration) โดยความเย็นสามารถลดอาการบวมน้ำ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เมื่อทำงานควบคู่กับการกระตุ้นเลเซอร์ (Diode Laser) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนภายในเส้นเลือดดำและแดง ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานของระบบน้ำเหลือง ในการกำจัดของเสียออกจากเซลล์ เมื่อของเสียในเซลล์ไขมันลดลง จึงทำให้เซลลูไลท์ลดลงตามไปด้วย ที่สำคัญยังทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเมื่อผสานการทำงานกับเครื่องนวดสุญญากาศ (Vacuum Massage) ซึ่งเป็นการนวดสู่ภายใน ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนน้ำเหลือง ซึ่งสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นและกระชับให้กับผิวหนัง โดยวิธีการนี้มีข้อดีที่ผ่านการรับรองจาก FDA มีความเจ็บปวดและบอบช้ำน้อย แต่เห็นผลไม่ค่อยชัดเจน และอยู่ได้ไม่นาน

 

 

2.Velasmooth + Velashape

 

เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานทั้งพลังงานจากคลื่นวิทยุ RF (Radio Frequency) และพลังงานแสงอินฟราเรด ซึ่งความร้อนจาก 2 พลังนี้ จะเพิ่มการเผาผลาญไขมันใต้ผิว ทำให้เซลล์ไขมันลดขนาดลง จะทำให้เซลลูไลท์ที่อยู่ในชั้นลึกแตกตัวกระจายออก และยังเกิดการไหลเวียนออกไปตามระบบน้ำเหลืองได้ดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือดในระดับเส้นเลือดฝอย ทำให้สร้างคอลลาเจนได้ในระดับหนึ่ง และความร้อนนี้ยังทำให้พังผืดที่ดึงผิวลงมีการยืดตัว ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน กระชับ ตึงขึ้นและช่วยลดขนาดของเส้นรอบวง ข้อดีของวิธีนี้ คือ ไม่รุนแรง เจ็บปวดน้อย ผ่านการรับรองจาก FDA และเห็นผลค่อนข้างชัดเจน แต่อาจมีการช้ำบวมเกิดขึ้นได้บ้าง และอยู่ได้ไม่ถาวร

 

 

3.Smooth Shape

 

เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้กระบวนการของเลเซอร์ 2 ช่วงคลื่น (635 NM และ 915 NM) มีตัวดูดที่สัมผัสกับผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลือง ที่สำคัญเลยเครื่องมือนี้สามารถทำให้ผิวกระชับได้มาก ทำให้รูผนังของเซลล์ไขมันเปิดออกและลงลึกไปจับกับไขมันได้มากกว่า ข้อดีก็คือเป็นวิธีที่ไม่เจ็บปวดและความบอบช้ำหลังทำ ปลอดภัยสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวเห็นผลได้ชัดเจน ผ่านการรับรองจาก FDA แต่ข้อเสียคือไม่คงทนถาวร

 

 

4.การใช้เครื่องมือในกลุ่ม RF

 

1.Accent Ultra เป็นการผสาน 2 เทคโนโลยี คือ พลังงานของคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency, RF) ที่จะส่งความร้อนไปยังผิวหนังชั้นใน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียนขึ้น และคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Selective Ultrasound) ที่จะปล่อยคลื่นเพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัว และผนังเซลล์อ่อนแอลง จากนั้นจะปล่อยคลื่นเฉือน (Shear Wave) ไปเขย่าเซลล์ไขมันที่อ่อนแอลงนั้น ให้แตกสลายไปตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายเส้นเลือดหรือเส้นประสาทในบริเวณที่ทำการรักษา ข้อดีคือเป็นวิธีการที่ได้ผลดี ขณะทำจะรู้สึกสบาย ไม่รุนแรง ไม่มีบาดแผลในการทำ ผ่านการรับรองจาก FDA ส่วนข้อเสีย อาจมีอาการแสบร้อนขณะทำ และอาจเกิดการบวมแดงหรือตุ่มพอพองไหม้หลังทำได้

 

 

2.Thermage ทำงานโดยปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency, RF) ลงไปใต้ผิวหนังชั้นลึก จะทำให้เกิดความร้อน ช่วยในการสลายไขมัน และกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่ยึดติดอยู่ในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวชั้นนอกกระชับตึง และขับถ่ายไขมันออก ข้อดีคือ เห็นผลชัดเจนในครั้งเดียว ผ่านการรับรองจาก FDA แต่ข้อเสีย คือ มีความร้อนและความเจ็บปวดค่อนข้างสูง บางรายอาจเกิดผื่น บวมแดงหรือมีตุ่มน้ำเล็กๆ เป็นก้อนไตในผิว แต่จะหายเอง และมีราคาในการรักษาค่อนข้างสูง

 

 

5.Cool Lipo (Laser Lipolysis)

 

เป็นการสลายเซลลูไลท์กึ่งศัลยกรรม กึ่งเลเซอร์ โดยใช้ช่วงคลื่น 1,320 NM ในการทำลายไขมันเฉพาะจุด ด้วยการใช้แสงเลเซอร์ ผ่านตัวนำแสงขนาดเล็กมาก สอดเข้าไปใต้ผิวในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่ เพื่อให้แสงเลเซอร์สัมผัสกับเซลล์ไขมันโดยตรง โดยจะไม่ไปทำลายเส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบ ซึ่งจะแปรสภาพไขมันภายในเซลล์ที่เป็นของแข็งให้กลายเป็นน้ำมัน และดูดไขมันออกทางตัวนำแสงอย่างไม่ระคายผิว ส่วนไขมันที่เหลืออยู่จะถูกกำจัดออกทางวิธีทางธรรมชาติ เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ รวมทั้งระหว่างที่เลเซอร์เข้าไปทำงาน อาจช่วยเซาะและสลายพังผืดได้ด้วย ข้อดีคือ สามารถระบุตำแหน่งที่ต้องการสลายไขมันได้อย่างตรงจุด ไม่ก่อให้เกิดความบอบช้ำ มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจาก FDA และทำครั้งเดียวก็เพียงพอ ยกเว้นในกรณีที่มีไขมันสะสมจำนวนมาก อาจต้องทำหลายครั้ง แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกร้อนขณะเลเซอร์ และควรทำโดยแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดผิวไม่เรียบเนียนได้

 

 

6.Vanus Freeeze

 

เทคโนโลยีที่พัฒนามาจากกลุ่มเครื่องมือในตระกูล RF โดยนำข้อดีของ 2 นวัตกรรมในเรื่องของการสลายไขมันและยกกระชับมาทำงานเสริมกัน คือ Pulsed Magnetic Field (PMF) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่จะไปขยายการทำงานของเส้นเลือดฝอย ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น และเซลล์ไขมันก็จะค่อยๆ หดตัว และขับออกมาตามระบบต่อมน้ำเหลือง เช่น เหงื่อ ปัสสาวะ และนวัตกรรม Lipolysis ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการทำลายไขมันเฉพาะจุด หลักการทำงานของ Venus Freeze คือ การปล่อยคลื่นวิทยุ RF แบบ 6-8 ขั้ว ให้เปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวหนัง พลังงานความร้อนจะกระจายตัวทั่วผิวหนังและลงลึก ทำหน้าที่คล้ายการออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อชั้นลึก เมื่อเซลล์ไขมันโดนความร้อนก็แตกตัว ทำให้น้ำในเซลล์ไขมันถูกขับออกมา อีกทั้งคลื่นวิทยุจะทำให้เกิดปฏิกิริยาความร้อนในเนื้อเยื่อ ซึ่งจะไปกระตุ้นการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่และผลิตเส้นใยอีลาสติน ส่งผลให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย และลดการเกิดเซลลูไลท์ได้ ข้อดีคือ ได้รับการรับรองจาก FDA ผลที่ได้มีประสิทธิภาพสูง หากมีเซลลูไลท์ไม่มากจะสามารถเห็นผลได้ในครั้งแรกที่ทำ แต่หากมีเซลลูไลท์มาก จะต้องทำหลายครั้งขึ้นอยู่กับปริมาณกับเซลลูไลท์ ซึ่งระยะเวลาในการรักษาส่วนใหญ่จะต้อง 8-10 ครั้ง ทุก 7-10 วันอย่างต่อเนื่อง เมื่อทำแล้วจะไม่มีแผล ไม่เจ็บปวดและไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ข้อเสียคือ อาจมีอาการผิวแดงเล็กน้อย แต่จะหายไปเอง และไม่สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้ เพียงแต่ทำให้แตกและมีขนาดเล็กลง จึงอาจต้องทำบ่อยครั้ง เพื่อความคงสภาพ

 

 

7.Galvanic Body System (กัลป์วานิค บอดี้ซิสเต็ม)

 

เป็นนวัตกรรมที่ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเอจล็อก (Ageloc Technology) ที่ออกแบบมาให้ใช้กับผิวกายเท่านั้น เหมาะสำหรับการลดเซลลูไลท์บริเวณต้นขา หน้าท้อง และสะโพก โดยใช้ความถี่กระแสกัลวานิค แบบรูปคลื่น ที่ช่วยเพิ่มการสั่นสะเทือนกับของเหลวในชั้นผิว ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสอดคล้องในการกำจัดของเสียในเซลล์ ช่วยฟื้นฟูผิว และลดริ้วรอยแห่งวัย โดยกระแสกัลป์วานิคแบบคลื่นนี้ ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบไหลเวียนเลือด และน้ำเหลือง เพื่อสุขภาพที่ดี แต่ต้องใช้ร่วมกับเจล ซึ่งเครื่องจะผลักเจลเข้าสู่ชั้นผิว แล้วเจลจะทำให้เซลลูไลท์แตกตัว และถูกขับออกจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ จึงเป็นการช่วยลดปัญหาไขมันส่วนเกินเซลลูไลท์ ผิวหย่อนยาน และยังปรับโรงสร้างผิวให้เปิดรับการสะสมไขมันใหม่น้อยลง ข้อดีคือ ได้รับการรับรองจาก FDA ไม่เจ็บปวดหรือต้องพักฟื้น แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง จึงจะเห็นผลชัดเจน และต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะผู้ที่เป็นโรคบางชนิด ไม่สามารถใช้ได้ อีกทั้งยังห้ามใช้กับผิวที่มีแผลพุพอง แผลอักเสบ ผิวที่แพ้โลหะ และผิวที่มีปัญหา

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ