Haijai.com


รักษาแก้มตอบด้วยการศัลยกรรมใช้แก้มเทียม


 
เปิดอ่าน 2465

ศัลยกรรมแก้ปัญหาแก้มตอบ

 

 

หลายคนคงต้องประสบกับปัญหาใบหน้าที่ไร้สมดุล ซึ่งหนึ่งในจุดบกพร่องที่มักถูกมองข้ามกันไปก็คือแก้มนั่นเอง ไม่ว่าจะเพราะปัญหาแก้มเยอะใหญ่ย้วยหย่อนยาน หรือแก้มตอบประหนึ่งป่วยเป็นโรค ต่างก็ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจให้กับผู้ประสบปัญหาทั้งสิ้น ซึ่งปัญหาแก้มเยอะนั้น ในปัจจุบันก็ได้มีหลากหลายวิธีที่พร้อมเข้าช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับแก้ม แต่สำหรับปัญหาแก้มตอบนั้น ดูเหมือนจะไม่เหมือนจะไม่ค่อยได้มีการพูดถึงวิธีแก้ไขในประเทศไทยเท่าใดนัก ดังนั้น เพื่อคลายกังวลให้กับคนแก้มตอบ วันนี้เราก็มีวิธีเติมใบหน้าให้ดูอวบอิ่ม บอกลาปัญหาแก้มตอบมาแนะนำกัน

 

 

แก้มตอบคืออะไร

 

แก้มตอบ คือ ภาวะที่แก้มมีบริเวณที่ยุบลงไปเป็นแอ่งเล็กๆ บนใบหน้าส่งผลให้ใบหน้าแลดูโทรม ไม่สดใส ส่วนสาเหตุของแก้มตอบนั้นมาจากปัจจัยหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด การลดน้ำหนักที่มากไปจนทำให้ชั้นผิวหนังเกิดการยุบตัว หรือในคนที่จัดฟันซึ่งมาจากสาเหตุของการที่ต้องถอนฟันออกหลายซี่ รวมทั้งคนที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีรูปร่างผอม เพราะคนแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดน้อยลง ส่งผลให้แก้มตอบลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคบางประเภท ที่ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นเป็นอัมพาต หรือทำให้กล้ามเนื้อหดตัวเล็กลง และเกิดหลายเป็นลักษณะของแก้มตอบขึ้นได้

 

 

การรักษา

 

การรักษาแก้มตอบนั้น หากเป็นในคนที่มาจากสาเหตุจากการลดน้ำหนักที่มากเกินไป จะสามารถแก้ไขได้ง่าย เพราะเพียงเพิ่มน้ำหนักและรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี อาการแก้มตอบก็จะหายไปได้เอง แต่ในคนที่แก้มตอบมาแต่กำเนิด หรือจากเหตุผลอื่นๆ ก็คงจะต้องพึ่งการแก้ไขขั้นสูงขึ้น โดยวิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดและสามารถทำไดด้วยตัวเองก็คือ วิธีการแต่งหน้า ที่เน้นเทคนิคการปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพู ชมพูอมส้ม หรือ สีแดงเชอร์รี่

 

 

โดยปัดลงบริเวณแก้มให้เป็นวงกลมตรงส่วนที่นูนที่สุดของแก้ม เพื่อเป็นการดึงจุดเด่นของพวกแก้มให้ดูเด่นชัดออกมา ทำให้แลดูมีแก้มมากขึ้น แต่หากไม่พร้อมจะแต่งหน้าปกปิดจุดบกพร่องทุกวัน ก็ยังสามารถใช้วิธีอื่นๆ ได้ดังนี้

 

 

การใช้ฟิลเลอร์

 

เป็นการฉีดสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีความคงตัวสูงเข้าไปเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวหนังแล้ว สารนี้จะมีคุณสมบัติรวมตัวกับน้ำและอุ้มน้ำ ซึ่งจะทำให้บริเวณที่ได้รับการเติมสารนั้น ดูตื้นขึ้นและผิวก็จะดูเรียบเนียนขึ้นด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่แก้มตอบไม่มาก หรือผู้ที่มีไขมันไม่มากพอที่จะดูดออกมาใช้ในการเติมเต็มบริเวณนั้นๆ

 

 

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ คือ เห็นผลได้ชัดเจน มีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ อีกทั้งวิธีนี้จะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีผลข้างเคียงอื่นใด หากทำโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญ มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร โดยสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงอีกด้วย

 

 

การฉีดไขมันแก้ม

 

การฉีดไขมันที่แก้ม เป็นการนำไขมันจากส่วนอื่นในร่างกายของตนเอง เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก เป็นต้น มาฉีดเพิ่มเข้าไปที่แก้มของตนเอง โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันจากบริเวณอื่นของร่างกายในปริมาณที่เพียงพอต่อการเติมแก้ม ซึ่งแต่ละจุดที่แพทย์จะทำการดูดไขมันนั้น จะสามารถดูดไขมันออกมาได้ครั้งละไม่เกิน 100 ซีซี เมื่อได้ไขมันที่ต้องการแล้ว แพทย์จะนำไขมันมาเตรียมด้วยกระบวนการทางการแพทย์ จนได้เป็นเซลล์ไขมันที่สามารถฉีดเข้าไปที่แก้มได้ เมื่อเซลล์ไขมันที่เตรียมไว้พร้อมที่จะฉีดลงแก้มแล้ว แพทย์จะนำไขมันมาฉีดตามจุดต่างๆ ของแก้มตามที่แพทย์กำหนดไว้จนได้ปริมาณที่พอดี และพอเหมาะ โดยจะใช้ระยะเวลาในการเห็นผลได้อย่างชัดเจนประมาณ 3 เดือนหลังการรักษา ส่วนไขมันจะอยู่ได้นานมากน้อยขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่ที่การดูแลตนเอง แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือนขึ้นไป วิธีนี้จัดว่าเป็นที่นิยมในการเสริมแก้ม เพราข้อดีของวิธีนี้คือ การที่นำเซลล์ไขมันมาจากตัวเองมาใช้ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาการแพ้ อีกทั้งขนาดของแผลก็ไม่ใหญ่ มีแต่ร่องรอยของรูขนาดเล็กเท่าเข็มแต่เพียงเท่านั้น และยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย แต่ข้อเสียคือวิธีนี้คือ ไม่สามารถใช้กับผู้ที่มีแก้มตอบมากหรือในผู้ที่มีไขมันไม่มากพอ อีกทั้งการดูดไขมันในแต่ละจุดนั้น ต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

 

 

การศัลยกรรมเสริมแก้มเทียม

 

การศัลยกรรมใช้แก้มเทียม ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถาวรที่สุด โดยใช้วัสดุที่มีความทนทานสูง เช่น ซิลิโคนหรือกระดูกของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาจากสะโพก แต่การใช้กระดูกมาทำแก้มเทียมนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า จะต้องเกิดแผลบริเวณที่นำกระดูกออกมาด้วย ซึ่งขั้นตอนในการเสริมแก้มเทียมนั้นคือ แพทย์จะพิจารณาว่าคนไข้ควรฉีดยาชาหรือยาสลบแล้ว จะทำการผ่าตัดภายในปาก โดยจะทำการเปิดแผลบริเวณเหงือกเหนือฟันบนที่เชื่อมกับแก้ม แล้วสอดใส่วัสดุแก้มเทียมเข้าไปบริเวณกระดูกแก้ม ส่วนที่ต้องการจะแก้ไขแล้วจึงทำการปิดแผล ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลเป็นอย่างแน่นอน แต่วิธีการนี้ก็ยังไม่มีให้บริการในประเทศไทย

 

 

ผลข้างเคียง

 

ผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดในช่วงสัปดาห์แรกจะเกิดอาการบวมและฟกช้ำ รวมทั้งอาจเกิดอาการตึงและชาบริเวณที่ทำการผ่าตัดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง รวมถึงในบางรายอาจพบความเปลี่ยนแปลงของหนังตาล่างที่เลื่อนต่ำลง จึงต้องศัลยกรรมปรับหนังตาล่างด้วย แต่ในกรณีนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก

 

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

 

สองสัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด คนไข้จะต้องหยุดรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่มีส่วนในการเจือจางเลือด เช่น แอสไพรินและไอบูโปรเฟน วิตามินอี รวมทั้งควรงดแอลกอฮอล์หนึ่งสัปดาห์ก่อนการผ่าตัดด้วย

 

 

การดูแลหลังผ่าตัด

 

ในระหว่างที่แผลผ่าตัดในปากยังไม่หายดี ควรหมั่นบ้วนปาก 2-3 ครั้งต่อวัน เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในปาก และหลังจากผ่าตัดไปแล้ว 3 วัน จึงจะแปรงฟันได้ รวมถึงในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรนอนให้ศีรษะอยู่สูงหรือใช้อุปกรณ์ช่วยค้ำศีรษะเวลานอน เพื่อลดอาการบวม และฟกช้ำหลังผ่าตัด อีกทั้งต้องงดการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดด้วย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ