Haijai.com


การผ่าตัดลดมุมกราม ออกแบบรูปหน้าใหม่


 
เปิดอ่าน 869

ตัดมุมกรามออกแบบรูปหน้าใหม่

 

 

ตาโต จมูกโด่ง หน้าเรียวเล็ก คือ ความใฝ่ฝันของสาวๆ ในยุคปัจจุบัน ที่อยากจะยกรูปหน้าเหล่านั้น มาไว้บนหน้าของตนเอง หลายคนที่หน้าบาน กรามใหญ่ เป็นเหลี่ยมเป็นมุม จึงมักเริ่มจากการดัดฟัน เพื่อหวังว่าหน้าจะเรียวเล็ก แถมได้ฟันสวย แต่นั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาส่วนหนึ่งที่ไม่ตรงจุด หรือบางคนไปฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว ซึ่งต้องหมั่นฉีดบ่อยครั้ง และแก้ปัญหาได้เฉพาะคนที่กรามใหญ่ เพราะกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่หากจะแก้ปัญหาลดกราม สร้างหน้าเรียวที่สมบูรณ์ จึงควรแก้ด้วยการผ่าตัดลดกราม

 

 

ใบหน้าของคนทั่วไปจะสามารถแบ่งส่วนออกเป็นสามส่วนหลักจากบนลงล่าง คือ ส่วนบน อันได้แก่ กะโหลกและหน้าผาก ส่วนกลาง ได้แก่ กรามบน จมูก เบ้าตา โหนกแก้ม และส่วนสุดท้าย คือ บริเวณส่วนล่าง ได้แก่ กระดูกกราม

 

 

ดังนั้น หากสัดส่วนใดของใบหน้ามีสัดส่วนที่ใหญ่เกินเหมาะสม ก็ย่อมจะทำให้รูปร่างของใบหน้าดูไม่สวยงามสมส่วน ที่สำคัญผู้หญิงทั่วไปในปัจจุบัน จะนิยมรูปหน้าที่เรียวยาวมากกว่าใบหน้ากว้าง กลมหรือเหลี่ยม ซึ่งเป็นปัญหาหลักเรื่องรูปหน้าของชาวเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง คือ มีความโหนกของกระดูกโหนกแก้มและกรามมาก ทำให้มีรูปทรงใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ดังนั้น จึงมีการแก้ไขสัดส่วนของใบหน้า เพื่อเป็นการออกแบบรูปหน้า และปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าใหม่ ทั้งการเสริมจมูก ตัดโหนกแก้ม ผ่าตัดลดกระพุ้งแก้ม และการผ่าตัดลดมุมกราม ซึ่งแต่เดิมนั้น การผ่าตัดกรามไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสวยงามบนใบหน้า แต่เป็นวิธีรักษาสำหรับผู้ที่เกิดมาโครงหน้าผิดปกติ จนใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ยาก เนื่องจากกรามยาวหรือสั้นเกินไป อันได้แก่

 

 ขากรรไกรบนยื่น เป็นลักษณะของขากรรไกรบนและฟันด้านบน ที่ยื่นออกไปทางด้านหน้าได้มากกว่าปกติ ทำให้ไม่สามารถปิดปากได้สนิท และยังเห็นฟันบนอยู่เสมอ อีกทั้งส่วนใหญ่จะพบว่า เวลายิ้มจะเห็นเหงือกมากวก่าปกติด้วย

 

 

 ขากรรไกรบนอยู่หลังกว่าปกติ มักเกิดจากการเจริญเติบโตของขากรรไกรบนที่น้อยกว่าปกติ จะพบได้ในกรณีปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งหลังจากที่ผ่าตัดรักษาปากแหว่งเพดานโหว่แล้ว จะส่งผลให้การเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรบนถูกจำกัด เป็นผลให้การพัฒนารูปหน้าเป็นรูปจานที่มีลักษณะโค้ง จมูกบาน รวมถึงการเรียงตัวที่ผิดปกติของฟันที่บิดหมุนหรือฟันหายไปด้วย

 

 

 ขากรรไกรล่างยื่น เป็นลักษณะของคนที่มีการเจริญเติบโตของขากรรไกรล่างมากเป็นพิเศษ จนทำให้ขากรรไกรล่างยื่นยาว ส่งผลให้ใบหน้าดูยาว ฟันล่างยื่นมาข้างหน้า และมีริมฝีปากหน้า สังเกตได้จากเวลากัดฟัน จะพบว่าฟันล่างยื่นออกมาข้างหน้ามากกว่าฟันบน

 

 

 ขากรรไกรอยู่ด้านหลังกว่าปกติ เป็นการพัฒนาการที่ผิดปกติ อันเนื่องจากพันธุกรรม ทำให้ขากรรไกรมีขนาดเล็กเหมือนปากนก และรูปร่างคางที่ดูผิดปกติ

 

 

 ใบหน้าไม่สมมาตร เมื่อมีการพัฒนาการบางส่วนของใบหน้าที่มากว่าหรือน้อยกว่าปกติ อาจส่งผลให้มีส่วนของใบหน้ามีขนาดไม่สมมาตรกับอีกด้านหนึ่งได้

 

 

 การยึดของข้อต่อกระดูกขากรรไกร อาการนี้เกิดจากข้อต่อขากรรไกรได้รับบาดเจ็บ ในระหว่างคลอด หรือมีการติดเชื้อที่ขากรรไกรเมื่ออายุน้อย ทำให้อ้าปากได้จำกัดและขากรรไกรล่างมีการเติบโตได้อย่างไม่เต็มที่

 

 

 จมูกผิดรูป อาการนี้เป็นผลต่อเนื่องจากการมีกระดูกขากรรไกรที่ผิดรูป เช่น การบิดเบี้ยวของผนังกึ่งกลางจมูก จมูกบาน หรือหุบเกินไป ดั้งจมูกแอ่น จมูกงุ้มขอเหมือนตะขอ หรือจมูกไม่เท่ากัน เป็นต้น

 

 

อาการที่กล่าวมาทั้งหมด ถือเป็นอาการที่ผิดปกติของกระดูกกราม ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการจัดตำแหน่งกรามบนและกรามล่างเสียใหม่ เพื่อช่วยให้มีใบหน้าที่เป็นปกติและสามารถดำเนินชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่เมื่อผลที่ได้จากการผ่าตัดไม่ได้ช่วยแค่ให้มีรูปหน้าที่ปกติเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้ใบหน้าที่เล็กเรียวขึ้นอีกด้วย จึงส่งผลให้เกิดกระแสนิยมของการทำศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งกราม เพื่อมากกว่าการฉีดโบท็อกซ์ ดัดฟัน ผ่าตัดกระพุ้งแก้ม หรือเสริมจมูก เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกทั้งใบหน้า ดังนั้น การผ่าตัดแก้ไขขากรรไกร เพื่อความสวยงามที่นิยมทำกันมากที่สุดก็คือ การผ่าตัดลดขนาดกราม

 

 

การผ่าตัดลดมุมกราม

 

เนื่องจากกระแสหน้าเรียวเป็นรูปตัววี กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้สาวๆ ที่ต่างปรารถนาจะครอบครองใบหน้าเรียวเล็ก แต่เมื่อส่องกระจกหรือลูบหน้าตัวเองทีไร กลับไปสะดุดอยู่กับกรามหรือมีใบหน้ากว้างบานเป็นจานกิโลออกมา

 

 

ซึ่งสาเหตุที่คนเรามีใบหน้าส่วนล่างกว้าง บาน หรือกราใหญ่นั้น เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุอย่างแรกเลยก็คือ พันธุกรรม โดยปกติแล้วลูกที่เกิดมา มักจะมีส่วนที่คล้ายคลึงกับผู้ให้กำเนิดหรือบรรพบุรุษอยู่แล้ว หากผู้ให้กำเนิดเป็นคนที่มีกรามใหญ่ แน่นอนอยู่แล้วว่าลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสที่กรามใหญ่ตามไปด้วยได้

 

 

ส่วนสาเหตุที่สอง หากมองจากลักษณะของสรีระร่างกาย กรามที่ใหญ่นั้นก็เนื่องมาจากกระดูกในร่างกายที่เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะมีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป ในบางรายที่มีกระดูกในส่วนของขากรรไกรเจริญเติบโตมากจนใหญ่เป็นพิเศษ ก็จะทำให้กรามดูใหญ่มากนั่นเอง โดยวิธีรักษาก็ต้องใช้การผ่าตัดลดกรามเท่านั้น ต่างจากสาเหตุที่สามก็คือ

 

 

การที่มีกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารเกาะอยู่บนใบหน้าส่วนล่างหนาตัวกว่าปกติ หากเกิดมาจากสาเหตุนี้ วิธีแก้ไขก็สามารถใช้วิธีบริหารลดกล้ามเนื้อกราม ก็จะส่งผลให้กรามเล็กลงได้ หรืออาจใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์เข้าไป เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อที่กรามก็ได้

 

 

ในส่วนของการผ่าตัดลดมุมกราม (Jaw Surgery, Angle Mandible Resection)

 

ถือเป็นการตัดกรามเพื่อให้มุมกรามดูโค้งมน ไม่เป็นเหลี่ยม โดยเมื่อมองจากด้านข้างใบหน้าจะมีลักษณะกลมมน เมื่อมองจากด้านหน้าก็จะได้ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนและเรียวเล็ก การผ่าตัดลดมุมกรามนี้เป็นการผ่าตัดที่จะทำเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามจะหดลดลงได้เองหลังผ่าตัด และก่อนการผ่าตัดคนไข้จะต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรเสียก่อน อันได้แก่ ความหนา ความสูงของกระดูกกราม ความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกกรามและกระดูกใบหน้าส่วนบน รวมทั้งการสบฟันว่าผิดปกติด้วยหรือไม่ ความหนาของกล้ามเนื้อมุมกราม และความผิดปกติของกระดูกกรามส่วนอื่น เช่น คาง ข้อขากรรไกร รวมทั้งฟันซี่ต่างๆ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เป็นต้น

 

 

ทั้งนี้เพื่อจะได้นำข้อมูลมาประกอบการตัดกรามว่า จะสามารถทำให้ใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยได้เพียงใด และจะได้รูปร่างของใบหน้าสมดุลกับส่วนอื่นของใบหน้าหรือไม่ หลังจากนั้นต้องมีการเอกซเรย์ เพื่อดูกระดูกกรามทั้งหด และความยื่นของกระดูกกราม ฟันซี่ต่างๆ รวมทั้งศึกษาแนวในการตัดกระดูกกรามว่า จะตัดในแนวใด จึงจะเหมาะสม เพราะต้องดูถึงทิศทางและตำแหน่งของเส้นประสาทด้วยว่าอยู่จุดใด เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย ที่สำคัญโดยส่วนใหญ่มักจะมีจัดฟันให้เข้าที่และเหมาะสม ก่อนการผ่าตัดกราม

 

 

ซึ่งวิธีในการผ่าตัดลดกรามสามารถแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

 

1.การผ่าตัดอยู่นอกช่องปาก

 

วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่จะเปิดแผลใกล้ๆ มุมกรามโดยตรงด้านนอก ความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ผ่านกล้ามเนื้อจนถึงกระดูกกราม แล้วใช้เลื่อยขนาดเล็กตัดกระดูกกรามออก ตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นกรอกระดูกที่เหลือให้เรียบเนียน แล้วจึงเย็บปิดแผล

 

 

วิธีการนี้แพทย์สามารถผ่าตัดได้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษอะไรมากนัก และไม่ต้องผ่าตัดผ่านช่องปากเข้าไปหากระดูก จึงทำให้มีอาการบวมน้อย แต่วิธีนี้มีโอกาสที่แพทย์อาจผ่าตัดผิดพลาด จนกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมกรามได้ แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่ก็สามารถทำให้มุมปากเกิดการเอียงหรือเบี้ยวได้

 

 

และข้อเสียที่สำคัญ คือ จะมีแผลผ่าตัดที่มุมกราม ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ในบางรายอาจเกิดอาการแผลปูดนูนตามมาหลังการรักษาไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งจะต้องทำการรักษาต่อไป

 

 

2.แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก

 

วิธีการนี้เป็นที่นิยมทำกันมากในปัจจุบัน โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลภายในช่องปากตรงบริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้ายในแนวดิ่ง แล้วค่อยๆ เลาะแยกเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่คลุมมุมกรามออก หลังจากนั้นจึงเลาะเยื่อหุ้มกระดูกออกให้กว้างเพียงพอ ที่จะสอดใส่เครื่องมือเข้าไปที่มุมกรามได้ เพื่อจะให้เห็นมุมกรามและกรามส่วนหลังได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นจึงใช้เลื่อยพิเศษที่มีรูปร่างเป็นเลื่อยมุมฉาก เข้าไปทำการตัดตามแนวที่ต้องการ เลื่อนชนิดนี้จะมีความยาวเพียงพอที่จะทำให้การตัดกรามออกในแนวตั้งฉากได้

 

 

หลังจากนั้นแพทย์จะนำชิ้นกระดูกที่ถูกตัดขาดออกมา พร้อมกับการตกแต่งกระดูกส่วนที่เหลือ ให้กลมมนตามปกติ แล้วจึงเย็บแผลปิดตามเดิม ปัญหาของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ยาก จะต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด รวมทั้งต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมด้วย จึงจะทำให้การผ่าตัดได้ผลดีและกระดูกที่ตัดออกมานั้น มีขนาดที่พอเหมาะ

 

 

การผ่าตัดจากภายในปากนี้ จะทำให้มีการดึงรั้งกล้ามเนื้อและเยื่อบุในช่องปากมาก ส่งผลให้มีอาการบวมมากกว่าการตัดจากภายนอกช่องปาก แต่ไม่มีแผลเป็นให้เห็นจากภายนอก และมีโอกาสที่จะกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทได้น้อย ที่สำคัญจะได้มุมกรามที่โค้งเนียน สวยกว่าการผ่าตัดภายนอกช่องปาก

 

 

แต่สำหรับคนที่มีกรามไม่ใหญ่มาก ต้องการลดกรามเพียงเล็กน้อย ควรใช้วิธีกรอกรามออกจะดีกว่า โดยจะเปิดแผลผ่าตัดเหมือนกับผ่ากราม แล้วใช้เครื่องมือกรอกระดูกแทนการเลื่อย ซึ่งจะเป็นการลดความหนาของกระดูกประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จะทำให้ใบหน้าแคบและเรียวสวย

 

 

นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดแบบแยกกระดูกด้านนอกออก ร่วมกับการลดขนาดมุมกรามด้วย เพื่อลดความกว้างของใบหน้าด้านตรง โดยจะเป็นการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปากจากด้านในปากถัดจากฟันกรามซี่สุดท้าย แต่การผ่าตัดลดความกว้างของใบหน้านี้ จะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวหลังผ่าตัดค่อนข้างนาน อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ใบหน้าจึงจะเริ่มลดอาการบวมลงได้ แต่เมื่ออาการบวมหายไป ก็จะได้ใบหน้าที่เล็กแคบลงและเรียวยาว

 

 

หากใครที่มีทั้งกรามและคางใหญ่ การผ่าตัดกรามเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถช่วยให้รูปหน้าเรียวขึ้นได้เท่าไรนัก เพราะบริเวณคางยังคงกว้างอยู่ ดังนั้น หากต้องการปรับรูปหน้าให้เป็นรูปตัววีแล้ว จะต้องทำการเหลากระดูกปลายคางเป็นรูปตัวที ( T ) เพิ่มด้วย โดยจะต้องเหลาคางในส่วนที่หนาออก แล้วเหลือบางส่วนไว้ ซึ่งการเหลาปลายคางเพิ่มด้วยนี้ จะช่วยให้เห็นผลของการผ่าตัดสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียว และหน้าแคบลง

 

 

การผ่าตัดลดขนาดกรามนั้น ใช่ว่าจะได้เพียงความสวยเท่านั้น แต่ยังอาจมีความเสี่ยงพ่วงตามมาด้วย โดยอาจเกิดปัญหาแผลอักเสบติดเชื้อที่ไม่รุนแรง และสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ ปัญหาการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่เลี้ยงริมฝีปากและเหงือก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการชาที่ริมฝีปากหรือเหงือกได้ และต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน จึงจะหายเป็นปกติ

 

 

ปัญหากระดูกกรามไม่เท่ากัน อันเนื่องมาจากกระดูกกรามไม่เท่ากันตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด การตัดกระดูกกรามที่ไม่เท่ากัน หรือเกิดการบวมที่แตกต่างกันของกรามทั้งสองข้าง ปัญหากระดูกกรามหักที่เกิดจากการผ่าตัดไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องแก้ไขด้วยการเข้ารับการรักษาด้วยการยึดตรึงกระดูก ด้วยโลหะหรือการจัดฟันให้เข้าที่

 

 

อาการที่จะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดกราม

 

ได้แก่ การบวมเขียวช้ำบริเวณคอ ใต้คาง หรืออาจมีอาการชา กระตุกที่ริมฝีปาก ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เองภายในเวลา 3 สัปดาห์ แต่หากยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ ในส่วนของการดูแลตนเองหลังผ่าตัด คือ คนไข้ควรนอนศีรษะสูง เพื่อลดอาการบวม ควรรับประทานอาหารอ่อน หมั่นบ้วนน้ำหรือใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อลดการติดเชื้อในปากและช่วยให้คราบเลือดที่แผลหลุดออกง่าย ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและไปพบแพทย์ตามวันเวลาที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงและได้ประสิทธิภาพในการผ่าตัดกรามอย่างเป็นที่น่าพึงพอใจ

 

หากพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดลดกรามนั้น ต้องบอกว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีความยุ่งยาก ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ และต้องใช้ความชำนาญในการผ่าตัดที่ค่อนข้างสูง จึงส่งผลให้ราคาในการรักษามีอัตราที่สูงตามไปด้วย ดังนั้น หากต้องการใบหน้าที่เรียวเล็ก ต้องปรึกษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเสียก่อนว่า จะสามารถสร้างรูปหน้าใหม่ได้อย่างไร หรือมีจุดบกพร่องในส่วนใดที่ต้องแก้ไข

 

 

หากสาเหตุเกิดมาจากกรามที่ใหญ่นั้น ก็ต้องดูอีกว่าสาเหตุของปัญหามาจากกล้ามเนื้อหรือว่ากระดูกขากรรไกร หากเป็นในส่วนของกล้ามเนื้อก็สามารถใช้วิธีการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อคลายกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กลงได้ แต่หากเกิดมาจากกระดูกขากรรไกรแล้วละก็ ต้องใช้วิธีในการผ่าตัดลดขนาดกราม ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดจริงๆ ควรศึกษาหาข้อมูลและทำความเข้าใจถึงวิธีการ ผลดีและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง รวมถึงสถานพยาบาลก็ต้องมีใบรับรอง ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยที่สูงอีกเช่นกัน

 

 

เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่พอสมควร และเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียอีกทั้งการเตรียมตัว เตรียมใจกับการเจ็บตัวที่ต้องเผชิญหลังการรักษา จึงควรศึกษารายละเอียดมาเป็นอย่างดี จะได้ไม่ผิดพลาดแล้วต้องเสียน้ำตาให้กับใบหน้าที่ควรจะสวยขึ้น แต่กลับกลายแย่ลงซะอย่างนั้น

(Some images used under license from Shutterstock.com.)