Haijai.com


6 วิธีกำจัดขนให้ปลอดภัยทุกส่วนของร่างกาย


 
เปิดอ่าน 546

6 วิธีกำจัดขนน้องสาว ให้ปลอดภัยไร้กังวล

 

 

Q : อยากทราบว่า เราควรกำจัดขนบริเวณน้องสาวหรือไม่ และหากชอบสวมชุดบิกินี่บ่อยๆ จำเป็นต้องแว๊กซ์ขน จะมีอันตรายไหมคะ และควรจะดูแลผิวหลังแว๊กซ์ขนอย่างไร

 

A : เมื่อพูดถึงการกำจัดขน (ไม่นับผม) คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่นต่างก็กำจัดขน เช่น ขนหนวด เครา ขนคิ้ว ขนตา ขนหน้าอก ขนหน้าท้อง ขนรักแร้ ขนหัวหน่าว ขนแขนและขา ขนหน้าหน้าแข็ง ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง ซึ่งขนเหล่านี้จะงอกเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยงอกออกมาจากเซลล์ต่อมขน (Hair Follicle) จากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายเทสทอสเทอโรน (Testosterone) ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ด้วย โดยจะเห็นได้ว่าคนจีน คนญี่ปุ่น มีหนวดเครา ขนหน้าอก และแขนขาน้อย ตรงข้ามกับคนอินเดียหรือคนตะวันตก

 

 

ขนที่งอกออกมาแบ่งได้เป็น 3 ระยะ คือ

 

1.ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ระยะนี้ต่อมขนจะอยู่ลึกเข้าไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) มีเลือดมาเลี้ยงมากขนจึงเจริญเติบโตงอกยาวออกมา ขนส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะนี้นานที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของขน เช่น เส้นผมจะอยู่ในระยะนี้ถึงร้อยละ 80-90 และอยู่นานประมาณ 3 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่ระยะอื่น ขณะที่ขนคิ้ว ขนตา ขนรักแร้ ขนหน้าแข็ง ขนอก จะอยู่ในระยะนี้สั้นกว่าขนบนศีรษะ

 

 

2.ระยะเปลี่ยนแปลง (Catagen Phase) ระยะนี้ต่อมขนจะเปลี่ยนแปลงโดยเลื่อนตัวสูงขึ้นมาใกล้ผิว แต่ยังมีเลือดมาเลี้ยง ขนจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เป็นช่วงก่อนหลุดร่วง

 

 

3.ระยะหยุดเจริญเติบโต (Telogen Phase) ระยะนี้ต่อมขนเลื่อนขึ้นมาอยู่สูงต่ำกว่าช่องเปิดต่อมไขมันเพียงเล็กน้อย ไม่มีเลือดมาเลี้ยง เตรียมหลุดร่วง หากเป็นเส้นผมจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 100 วัน แล้วหลุดร่วงจากการดันของขนระยะเจริญเติบโต หรือการแปรงผม สางผม

 

 

สาเหตุที่ต้องกำจัดขน

 

เนื่องจากการมีขนอาจทำให้ดูรกตา ไม่สะอาด มีกลิ่นเกี่ยวข้องกับความสวยความงาม การแต่งกาย และหน้าที่การงาน เช่น นักกีฬาว่ายน้ำ บางแบบชุดว่ายน้ำ ฯลฯ จึงมีการกำจดัขนเพื่อให้ดูดีและมั่นใจ

 

 

ในเมืองไทยนิยมกำจัดขนน้อยกว่าประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะขนที่หัวหน่าว หญิงไทยมีการกำจัดขนที่หัวหน่าวประมาณร้อยละ 10 ส่วนใหญ่เป็นหญิงอายุน้อยหรือวัยรุ่น งานวิจัยพบว่า หญิงอเมริกันกำจัดหรือเคยกำจัดขนหัวหน่าวประมาณร้อยละ 91.4 จากสาเหตุใหญ่ 5 ประการ ดังนี้

 

1.ทำให้ดูดี สะอาด ดูแลสุขอนามัยง่าย

 

 

2.เป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ เป็นไปตามรสนิยม เพื่อความเรียบร้อย ไม่รุงรัง

 

 

3.เกี่ยวกับชุดแต่งกาย เช่น ชุดว่ายน้ำ ชุดรัดรูป กางเกงสีขาว

 

 

4.สามีหรือแฟนต้องการ

 

 

5.ขนดกมาก เป็นอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การทำรักด้วยปาก

 

 

วิธีกำจัดขนบริเวณทั่วไป

 

มีมากมายหลายวิธี หากมีการทำลายเซลล์ชั้นผิวหนัง (Dermal Papilla) ซึ่งเป็นตัวสร้างเซลล์ต่อมขน ขนเส้นนั้นก็จะไม่งอกอย่างถาวร

 

1.ถอน เป็นวิธีดั้งเดิม โดยใช้อุปกรณ์ ได้แก่ แหนบ คีม เส้นด้าย หรืออุปกรณ์ถอนขนชนิดต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยม มีการรับจ้างถอนขนตามร้านค้า ร้านเสริมสวยหรือรับจ้างตามบ้านก็มี ข้อดีคือ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ข้อเสียคือ เจ็บ หากทำเองอาจไม่ค่อยสะดวก หลังถอนอาจเกิดจุดแดงๆ คัน เจ็บ เกิดการอักเสบที่รูขุมขน ขนคุดจากการถอนผิดทิศทาง หรือหากอุปกรณ์ถอนและวิธีถอนไม่สะอาด อาจเกิดการอักเสบหรือเป็นฝีได้

 

 

2.แว๊กซ์ (Waxing) หลักการคล้ายการถอนขนเพียงแต่ใช้อุปกรณ์แว๊กซ์ขน ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น โดยการทาแล้วดึงแว๊กออก ขนก็จะหลุดออกมาด้วย ข้อเสียคือ ขนมักจะขึ้นใหม่ เนื่องจากการแว๊กซ์เป็นแค่การดึงขนขึ้นมา ไม่ได้ทำลายการสร้างขน ส่วนข้อเสียก็เช่นเดียวกับการถอนขน

 

 

3.ใช้สารเคมี (Depilation) เป็นการสลายเส้นขนให้กลายเป็นเจล แล้วเช็ดหรือล้างออก มักใช้สารไทโอไกลโคเลต (Thioglycolate) สลายส่วนประกอบของขนที่เป็นกำมะถัน (Disulfide Bond) นิยมใช้ในคนที่จะสวมชุดว่ยน้ำ และในผู้ชายที่มีขนบริเวณใบหน้ามาก ข้อเสียคือ มักทำให้ระคายเคืองผิว เจ็บ แสบ คัน บางคนไวต่อสารเคมีมาก หลังทำผิวจะมีสีคล้ำ และเนื่องจากวิธีนี้ไม่ทำลายการสร้างขน ขนมักจะขึ้นใหม่ภายในสองสัปดาห์

 

 

4.โกน วิธีนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะง่ายที่สุด ทั้งยังมีอุปกรณ์สำหรับโกนชนิดใหม่ๆ ให้เลือกมากมาย เช่น มีดโกน เครื่องโกนไฟฟ้า ข้อดีคือ การโกนไม่ทำให้ขนหนาขึ้นกว่าเดิม สะดวก ประหยัด ข้อเสียคือ ขนขึ้นเร็ว เช่น หากโกนหนวด ในบางรายต้องโกนวันละ 2 ครั้ง และอาจบาดเจ็บหลังโกน เพราะถูกมีดโกนบาด บางรายก็อาจบาดเจ็บจากการโกนขนที่อวัยวะเพศจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ส่วนบางคนแพ้ครีมหรือมูสสำหรับโกน จึงเกิดการอักเสบ เป็นสิวหลังโกน ติดเชื้อจากแผลที่เกิดจากรอยบาด

 

 

5.ฟอกสี แม้จะไม่ใช่วิธีกำจัดขนให้หายไป แต่การฟอกขนให้มีสีอ่อนทำให้มองไม่เห็นขน สารที่ใช้ฟอกมักจะประกอบไปด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และกำมะถัน ข้อเสียคือ อาจระคายเคือง คันผิว ผิวบริเวณที่มีขนที่ย้อมจะดูซีดจางไปด้วย

 

 

6.ใช้เลเซอร์หรือไฟฟ้ากำจัดขน เนื่องจากวิธีนี้เป็นการใช้แสงและความร้อนจี้ทำลายถึงเซลล์สร้างขน จึงเป็นการกำจัดขนอย่างถาวรจากงานวิจัยพบว่า การจี้เพียงครั้งเดียวจะทำให้ขนงอกน้อยกว่าเดิมประมาณครึ่งหนึ่ง หากจี้หลายครั้ง ส่วนใหญ่ขนมักไม่ขึ้นถาวร แต่ข้อเสียคือ เจ็บขณะทำ เกิดการระคายเคือง ผิวไหม้ เกิดการอักเสบที่รูขุมขน

 

 

สำหรับการกำจัดขนที่หัวหน่าว มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ

 

1.หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรกำจัด เพราะเป็นขนที่มีประโยชน์ เป็นตัวรับการกระแทกเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ทั้งช่วยป้องกันอวัยวะเพศเสียดสีโดยรงกับเสื้อผ้า หรือกางเกงชั้นใน

 

 

2.หากขนหัวหน่าวมีมาก อาจเพียงตัดเล็มให้เป็นระเบียบ ดูสวยงามมีรสนิยม ไร้อันตราย

 

 

3.หากมีความจำเป็นต้องกำจัด ควรรักษาความสะอาด การบาดเจ็บ การติดเชื้อ ควรใช้ครีมฆ่าเชื้อหรือครีมลดการระคายเคืองที่ให้มาพร้อมอุปกรณ์กำจัดขน

 

 

พญ.ชัญวลี ศรีสุโข

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ